Loading

ธนารักษ์บูมที่ดินซอยราชครู เล็งยึดโมเดลจามจุรีสแควร

วันที่ : 18 กุมภาพันธ์ 2552
ธนารักษ์บูมที่ดินซอยราชครู เล็งยึดโมเดลจามจุรีสแควร์

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับดูแลกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า แม้กรมธนารักษ์จะรับผิดชอบในการดูแลที่ดินราชพัสดุจำนวนมาก แต่หนทางในการเพิ่มรายได้ก็เป็นหนทางที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งโครงการที่จะเกิดขึ้น จะต้องมีความคล่องตัว ขนาดของโครงการมีความเหมาะสมกับภาพรวมของเศรษฐกิจ รวมถึงไม่เป็นการเพิ่มภาระหนี้แก่รัฐบาลมากเกินไป ซึ่งในขณะนี้ กรมฯมีแผนที่จะนำที่ดินราชพัสดุที่อยู่ในกรุงเทพฯมาสร้างรายได้ โดยแปลงที่เหมาะต่อการลงทุน เช่น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบริเวณปากซอยราชครู ริมถนนพหลโยธิน จำนวน 4 ไร่ 3 งาน ปัจจุบันเป็นพื้นที่อาคารสำนักงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน หรือ บบส.(หลังจากที่ บบส.ต้องควบรวมกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพฯพาณิชย์ จำกัด (บสก.) ทำให้บบส.ต้องคืนพื้นที่คืนกลับมาเป็นที่ราชพัสดุ)

 ""แปลงนี้ค่อนข้างมีความโดดเด่นในเรื่องของทำเล อยู่แนวรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีซอยอารีย์ เรามองว่า โครงการจามจุรีสแควร์ของจุฬาฯ ค่อนข้างประสบความสำเร็จและมีความหลากหลายในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ที่อยู่ในโครงการเดียวกัน ซึ่งเราน่าจะนำรูปแบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับที่ดินแปลงนี้ "" รมช.คลังกล่าวและว่า อีกแปลงที่เหมาะ ในการลงทุน คงจะเป็นที่ดินราชพัสดุย่านวัดไผ่ใต้ประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งเดิมเป็นที่ดินขององค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) หนึ่งในรัฐวิสาหกิจของรัฐฯ ที่ถูกยุบ เนื่องจากปัญหาของภาระหนี้สิน โดยความเป็นไปได้อาจจะพัฒนาในรูปแบบโครงการเพื่ออยู่อาศัย เนื่องจากอยู่แหล่งชุมชนและโครงข่ายรถไฟฟ้า

รมช.กล่าวว่าในการลงทุนนั้น กรมธนารักษ์คงไม่เข้าไปดำเนินการ เพราะจะมีผลต่อเรื่องกฎหมาย เนื่องจากแนวโน้มของมูลค่าโครงการน่าจะเข้าเกณฑ์พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เนื่องจากมูลค่าโครงการน่าจะเกิน 1,000 ล้านบาท ดังนั้น กรมฯ ต้องให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนา จำกัด (ธพส.) รัฐวิสาหกิจของกระทรวงการคลังเข้ามาดำเนินการ ในเบื้องต้น ธพส.จะเป็นเครื่องมือในการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ คาดว่าไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามต้องสรุปวงเงินและรูปแบบในการดำเนินการอีกครั้ง      

                นายพฤฒิชัยกล่าวถึงที่ดินราชพัสดุบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า คงต้องมีการทบทวนเรื่องรูปแบบของแผน เนื่องจากตามกฎหมายผังเมืองใหม่ ห้ามก่อสร้างอาคารที่สูงเกิน 23 เมตร ดังนั้น ทางกระทรวงการคลังคงต้องมีการหารือกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ (กทม.) ถึงแนวทางที่เหมาะสมในการลดอุปสรรคในการพัฒนาโครงการบริเวณรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์            

ก่อนหน้านี้ บริษัท ทีซีซีแลนด์ จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผังเมือง ที่ไม่สามารถสร้างตึกสูงได้ตามแผนการขยายเฟสของศูนย์ประชุมฯให้แก่กรมธนารักษ์

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ