Loading

เคหะงัดสารพัดวิธีโละบ้านเอื้อ

วันที่ : 2 กุมภาพันธ์ 2552
เคหะงัดสารพัดวิธีโละบ้านเอื้อฯ

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะฯ จะปรับกลยุทธ์การขายโครงการบ้านเอื้ออาทรใหม่ โดยเน้นไปที่การเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมการขาย และการเข้าให้ถึงตัวกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อให้ได้มากที่สุด

                ปกติการเคหะฯ จะจัดกิจกรรมการขายบ้านเอื้ออาทรเพียงปีละ 2 ครั้ง แต่ในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงทำให้จำนวนคนซื้อลดลง ประกอบกับในปีนี้การเคหะฯ มีเป้าหมายจะพลิกฟื้นจากภาวะขาดทุนให้มีกำไร จึงต้องปรับการตลาดให้มีความถี่มากขึ้น

                การจัดงานตลาดนัดบ้านเอื้ออาทรจะมี 2 ครั้ง ครั้งแรกจะจัดระหว่างวันที่ 6-15 ก.พ. และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-14 มิ.ย. ที่จะ ถึงนี้ โดยมีบ้านเอื้ออาทรเปิดให้จองทั่วประเทศรวม 6.5 หมื่นหน่วย การเคหะฯ จะจัดงานมหกรรมบ้าน เอื้ออาทร 4 ภาคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้เข้าถึงตัวกลุ่ม เป้าหมายที่กลับบ้านในช่วงเทศกาล

                นายศิริโรจน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการจัดงานขายบ้านเอื้ออาทรแล้ว ในแต่ละโครงการจะเปิดขายแบบไม่มีวันหยุด และจะส่งทีมขายจากส่วนกลางไปทำตลาดในจังหวัดต่างๆ ที่มีศักยภาพทุกๆ เดือน นอกจากนี้ยังเพิ่มงบในการประชาสัมพันธ์การขายจากปีที่แล้วใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท เป็น 30-50 ล้านบาท กระจายไปในสื่อต่างๆ ทุกประเภททั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค

                ทั้งนี้ การเคหะฯ ได้ตั้งเป้าการขายบ้านเอื้ออาทรในปีนี้ไว้สูงถึง 8 หมื่นหน่วย ซึ่งเท่ากับปีที่แล้ว โดยในปีที่แล้วสามารถขายได้ประมาณ 5 หมื่นหน่วย ส่วนในปีนี้แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัว แต่คิดว่าอย่างน้อยๆ หลังจากการเปิดการขายที่มากขึ้นน่าจะทำยอดขายได้มากกว่าปีที่แล้ว อย่างน้อยที่สุด 6 หมื่นหน่วยก็น่าพอใจ

                อนึ่ง การเคหะฯ ต้องพยายามระบายสต๊อกบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่ 6 หมื่นหน่วยออกไป เพื่อให้การเคหะฯ พ้นสภาพจากการดำเนินการที่ขาดทุนมาเป็นกำไร เนื่องจากใน 2 ปีที่ผ่านมา การเคหะฯ มีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนติดต่อกัน คือ ในปี 2550 ขาดทุน 1,305 ล้านบาท ส่วนปี 2551 ขาดทุน 991 ล้านบาท

                ถ้าในปี 2552 การเคหะฯ ยังประสบปัญหาขาดทุนอีกจะเป็นการขาดทุน 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งตามพ.ร.บ.หนี้สาธารณะ หากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีผลการดำเนินงานขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี รัฐบาลจะไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระหนี้ต่างๆ ของการเคหะฯ ที่มีอยู่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ที่จะถูกเจ้าหนี้เรียกคืนได้

                นอกจากนี้ การเคหะฯ กำลังอยู่ระหว่างเสนอแผนพลิกฟื้นการเคหะฯ ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับเงื่อนไขการขายบ้านเอื้ออาทรให้คล่องตัวขึ้น เช่น เพิ่มการขายยกโครงการ ขยายเพดานรายได้ของผู้ซื้อ สามารถซื้อได้มากกว่า 1 หลัง ยกเลิกเงื่อนไขห้ามโอนใน 5 ปี เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ