Loading

กกร.ตั้งป้อมค้านภาษีที่ดิน-มรด

วันที่ : 28 มกราคม 2552
กกร.ตั้งป้อมค้านภาษีที่ดิน-มรดก

เมื่อวันที่ 27 มกราคม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จัดงานปาฐกถา โดยเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในหัวข้อ ""เชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ ไทยแลนด์"" ว่าตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศได้หารือกับภาคธุรกิจและทำความเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยตนจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและดูภาพรวมด้วยตนเอง และกวดขันให้คณะรัฐมนตรีเดินตามนโยบายโดยเอกภาพ แม้ในช่วงหนึ่งเดือนของรัฐบาล อาจกล่าวไม่ได้ว่าสำเร็จแล้ว แต่ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้

                นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงแนวคิดการผลักดันกฎหมายทรัพย์สินและมรดกว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลมาก เพราะเวลาที่เหลือยังต้องไปทำตัวกฎหมายให้รอบคอบและต้องทำความเข้าใจกันก่อน และจริงๆ แล้วรูปแบบที่เสนอกันมาก็จะไม่กระทบกับอสังหาริมทรัพย์เท่าไรนัก เพราะส่วนใหญ่จะพูดถึงการเก็บภาษีที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าเป็นหลัก ส่วนที่ดินที่เป็นที่อยู่อาศัย ลงทุนหรือประกอบการ คงจะมีข้อยกเว้นหรือการลดหย่อนตามหลักการ

                นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีพูดเป็นการเสริมความมั่นใจภาคเอกชน ซึ่งจะได้เห็นทิศทางรัฐบาลและตอบสนองการเรียกร้องของภาคธุรกิจ สำหรับการประชุม กกร.กับนายกรัฐมนตรีครั้งหน้าจะเสนอให้เร่งรัดกองทุนปรับสภาพคล่อง เพิ่มมาตรการด้านภาษี โดยเอกชนจะยังไม่ประเมินผลจากการออกมาตรการจนกว่า 3 เดือน ตอนนี้ต้องเชื่อมั่นรัฐบาลและให้โอกาสทำงานก่อน

                นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีรัฐบาลเตรียมจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดก ไม่ควรเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำในช่วงนี้ ควรต้องทำประชาพิจารณ์และศึกษาถึงผลกระทบทั้งแง่ดีและแง่เสียอย่างรอบคอบ ขณะที่เรื่องเร่งด่วนควรเป็นการแก้ไขการส่งออกที่ติดลบและการว่างงาน รวมถึงสภาพคล่องธุรกิจเอสเอ็มอี

                แหล่งข่าวจากหอการค้าไทยกล่าวว่า ในการประชุม กกร.สัปดาห์หน้า จะมีการนำประเด็นการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้าหารือในการประชุม เนื่องจากภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่รัฐต้องเก็บภาษีที่ดิน เพราะอาจกระทบต่อกลุ่มทุนระดับกลางและบน จึงเห็นว่าหากนำมาใช้จะเป็นประเด็นร้อนที่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเอง และเกิดการชะลอของการลงทุนในหลายโครงการ หลังจากนั้นจะทำข้อสรุปความคิดเห็นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ชะลอไปก่อน

                นายนานเดอร์ จี ฟอน เดอ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย กล่าวว่า การปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจได้ และควรทำในเวทีระหว่างประเทศต่อไป โดยมีประเด็นที่อยากแนะนำ คือ รัฐควรให้ความเข้มข้นการดูแลปัญหาเศรษฐกิจให้มากขึ้น ได้แก่ การประกันว่าจะไม่มีคนตกงานจำนวนมาก จากปัจจุบันที่จำนวนคนตกงานมากขึ้น จาก 25% ไม่ให้เป็น 50-75% ทั้งนี้ ต้องให้โอกาสรัฐบาลบริหารประเทศอย่างไม่มีอุปสรรค เพื่อดูผลมาตรการที่ออกมาจะช่วยเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ