Loading

รัฐเทกระจาดอีกรอบ ลด ภาษี อุ้มธุรกิจ

วันที่ : 21 มกราคม 2552
รัฐเทกระจาดอีกรอบ ลด ภาษี อุ้มธุรกิจ

          หมายเหตุ - รายละเอียดมาตรการทางภาษีในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552

@ อสังหาริมทรัพย์

มาตรการ

1.ผู้ที่จ่ายเงินค่าซื้ออสังหาฯ ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน สามารถนำค่าซื้ออสังหาฯมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 3 แสนบาทในกรณีที่โอนกรรมสิทธิ์ในปี 2552

2.คงสิทธิดอกเบี้ยเงินกู้หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1 แสนบาท

3.ต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถึงมีนาคม 2553

ผลกระทบ

1.เร่งให้มีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2552

2.ผลกระทบโดยตรงต่อผู้ซื้อบ้านหลังแรกและผู้ประกอบการ

3.ช่วยให้ใช้สภาพคล่องส่วนเกินของสถาบันการเงิน

4.ผลกระทบในวงกว้างถึงกลุ่มธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

5.คาดว่าจะมีการโอนที่อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 1 แสนแห่ง

6.คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จาก

6.1 ลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประมาณ 30,000 ล้านบาท

6.2 ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ประมาณ 6,500 ล้านบาท แต่ภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้น

 

@ ช่วยค่าครองชีพ

มาตรการ

ขยายวงเงินได้พึงประเมินขั้นต่ำของบุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้ประเภทอื่นๆ นอกจากเงินเดือนที่ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ 0.5 จากเดิม 60,000 บาทขึ้นไป เป็น 1 ล้านบาทขึ้นไป

ผลกระทบ

1.ขยายวงเงินภาษีขั้นต่ำที่ต้องชำระจาก 300 บาท เป็น 5,000 บาท

2.ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ 970,000 ราย

3.คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 1,400 ล้านบาท

@ วิสาหกิจชุมชน

มาตรการ

1.เพิ่มเพดานวงเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชน จาก 1.2 ล้านบาท

เป็น 1.8 ล้านบาท

2.สำหรับเงินได้ปี 2552-2553

ผลกระทบ

1.เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากเดิมจะยกเว้นภาษี

เงินได้ให้วิสาหกิจชุมชนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี ส่วนวิสาหกิจชุมชนใดที่มี

รายได้เกิน 1.2 ล้านบาทจะต้องเสียภาษีเงินได้ทั้งจำนวน จึงให้ขยายเงินได้ที่ไม่ต้อง

เสียภาษีเป็น 1.8 ล้านบาท

2.วิสาหกิจชุมชนประมาณ 58,000 แห่งทั่วประเทศ

3.คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 200 ล้านบาท

@ การท่องเที่ยว

มาตรการ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดอบรม สัมมนา

ภายในประเทศ (ค่าห้องพักและค่าห้องสัมมนา) ไปหักภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่าย

จริง สำหรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีปี 2552

ผลกระทบ

1.กระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงกิจการโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง

บริษัททัวร์ และอื่นๆ

2.คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 1,800 ล้านบาท

@ การสนับสนุนแหล่งเงินของเอสเอ็มอีผ่านธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital)

มาตรการ

1.ขยายเวลาการขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ถึงวันที่ 31

ธันวาคม 2554

2.ยกเลิกเงื่อนไขที่กำหนดให้ธุรกิจเงินร่วมลงทุนต้องนำไปลงทุนในเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า

ร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วในปีแรก ส่วนการลงทุนปีที่ 2, 3 และ 4 ยังคง

กำหนดเท่าเดิม คือต้องลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40, 60 และ 80 ของทุนจดทะเบียน

ชำระแล้ว ตามลำดับ

3.ยกเว้นภาษีเงินได้แก่ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นของเอสเอ็มอี ที่ธุรกิจเงินร่วมลงทุน

ได้รับ เฉพาะกรณีที่เอสเอ็มอีที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน เกิน 200 ล้านบาท หรือมี

การจ้างงานเกิน 200 คน เพื่อให้ธุรกิจร่วมทุนสามารถนำเอสเอ็มอีที่ลงทุนไปจดทะเบียน

ในตลาดหลักทรัพย์ได้

ผลกระทบ

1.ธุรกิจร่วมลงทุนถือเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาวที่ปลอดดอกเบี้ยสำหรับเอสเอ็มอี

2.เป็นการพัฒนาตลาดทุนไทยหากเอสเอ็มอีเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

@ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (เอ็นพีแอล)

มาตรการ

1.เว้นภาษีสำหรับเงินได้แก่ลูกหนี้ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบัน

การเงินและเจ้าหนี้อื่น

2.เจ้าหนี้สถาบันการเงินสามารถจำหน่ายหนี้สูญจากการปลดหนี้ดังกล่าว โดยไม่ต้อง

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ปกติ

3.ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ลูกหนี้

ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงิน และลูกหนี้ของเจ้าหนี้อื่นและเจ้าหนี้อื่น สำหรับ

เงินได้ที่ได้รับจาก

3.1 การโอนสินทรัพย์ การขายสินค้า และการกระทำอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

3.2 การโอนสินทรัพย์ที่ลูกหนี้นำมาจำนองเป็นประกันหนี้ของสถาบันการเงินให้แก่ผู้อื่น โดยลูกหนี้ต้องนำเงินได้นั้นไปชำระแก่เจ้าหนี้

ผลกระทบ

ช่วยเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ (เอ็นพีแอล) ตามหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม -31 ธันวาคม 2552 เพื่อรองรับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

@ การโอนกิจการบางส่วน

มาตรการ

ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกรมที่ดิน ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการโอนกิจการบางส่วนให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทมหาชน หรือบริษัทจำกัด ทั้งนี้ การโอนต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552

ผลกระทบ

จากปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้

องค์กรอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการโอนกิจการบางส่วนให้แก่กัน จึงต้องขจัดปัญหาอุปสรรคทางภาษี เพื่อเร่งรัดการปรับโครงสร้างองค์กร

รวมรายได้ภาษีที่รัฐต้องสูญเสีย 40,000 ล้านบาท

-               ขั้นตอนดำเนินการ

เพื่อให้เป็นไปตามหลักการข้างต้น กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการ ดังนี้

1.ตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 5 ฉบับ

2.ออกกฎกระทรวงตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 3 ฉบับ

3.ภายหลังจากกฎหมายนำเสนอมีผลใช้บังคับแล้ว จะมีการออกประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน

-               หลักการ

รัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายการใช้น้ำสำหรับผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัยและผู้เช่าที่อยู่อาศัยที่มีปริมาณการใช้น้ำระหว่าง 0-30 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นปริมาณการใช้ที่ตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของกลุ่มประชาชนผู้ใช้น้ำที่รับบริการจาก กปน. กปภ. และ อปท. (ระบบประปาเทศพาณิชย์ ระบบประปาหมู่บ้าน และระบบประปาที่ดำเนินการในลักษณะพาณิชย์)

- ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ครอบคลุมผู้ใช้น้ำทั้งประเทศประมาณ 8.27 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้น้ำที่อยู่ในเขตนครหลวงประมาณ 1.02 ล้านราย และเขตภูมิภาคประมาณ 7.25 ล้านราย (ในพื้นที่ของ กปภ.ประมาณ 1.95 ล้านราย พื้นที่ อปท.ที่ดำเนินการระบบประปาเทศพาณิชย์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วประมาณ 0.7 ล้านราย และขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ของ อปท.ในชนบททั้งประเทศอีกประมาณ 4.60 ล้านราย)

- ผลกระทบเชิงตัวเงิน

จะสามารถช่วยประชาชนให้ประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำประปาเฉลี่ยประมาณ 197 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือนในเขตนครหลวง (รวมเป็นเงินประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน) และประมาณ 107 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือนในเขตภูมิภาค (รวมเป็นเงินประมาณ 773 ล้านบาทต่อเดือน)

รวมทั้งสิ้น 5,840 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือน

มาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน

-               หลักการ

รัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน

- ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศประมาณ 8.81 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในเขตนครหลวงประมาณ 0.75 ล้านราย และเขตภูมิภาคประมาณ 8.06 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านพักอาศัยประมาณ 8.59 ล้านราย และประเภทหอพักและอพาร์ตเมนต์ประมาณ 0.22 ล้านราย

- ผลกระทบเชิงตัวเงิน

จะสามารถช่วยประชาชนให้ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อครัวเรือนประมาณ 170.45 บาทต่อเดือนในเขตนครหลวง (รวมเป็นเงินประมาณ 120 ล้านบาทต่อเดือน) และประมาณ 136.66 บาทต่อเดือนในเขตภูมิภาค (รวมเป็นเงินประมาณ 1,008 ล้านบาทต่อเดือน)

รวมทั้งสิ้น 6,811 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือน

 

มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจำทาง

-               หลักการ

-รัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายค่าโดยสารรถประจำทางของ ขสมก. ประเภทรถโดยสารธรรมดา

ที่ให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 800 คัน ใน 73 เส้นทาง

- ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ครอบคลุมผู้โดยสารรถโดยสารธรรมดาที่ให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 410,000 คนต่อวัน

- ผลกระทบเชิงตัวเงินจะช่วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 108.33

ล้านบาทต่อเดือน

รวมทั้งสิ้น 650 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือน

มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3

-               หลักการ

รัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน และรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน

- ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ครอบคลุมผู้โดยสารรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน และรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน ซึ่งพิจารณาจากจำนวนตั๋วโดยสารประมาณ 4 ล้านเที่ยวต่อเดือน

- ผลกระทบเชิงตัวเงิน

จะช่วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน

รวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือน


 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ