Loading

คลังชงมาตรการปลุกอสังหาฯ ชุดใหญ่เข้า ครม.สัปดาห์หน้

วันที่ : 19 มกราคม 2552
คลังชงมาตรการปลุกอสังหาฯ ชุดใหญ่เข้า ครม.สัปดาห์หน้า

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอนาคตข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มอาจจะยังไม่ค่อยสดใส แต่รัฐบาลนี้มีความตั้งใจอย่างมาก โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรี มี

ความปรารถนาและความแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้ดีในช่วงกลางปีนี้ และในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2552 นี้ กระทรวงการคลังจะนำชุดมาตรการลดต้นทุนภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่ครอบคลุมทั้งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ก่อสร้าง และผู้ซื้อ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

 สำหรับชุดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ ประกอบด้วย มาตรการลดอัตราการจัดเก็บภาษี ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเหมาะสม ด้วยการเพิ่มวงเงินที่จะซื้อบ้านใหม่ โดยนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนได้ 2-3 แสนบาท ส่วนตัวเลขที่แน่นอน ต้องรอผลการพิจารณาของ ครม.ก่อน

 

อีกมาตรการ คือ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้อยู่ในระดับต่ำ โดยกระทรวงการคลังจะได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเร่งทำการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้ไว้เต็มที่ถึง 70,000 ล้านบาท และยังมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนเช่นกันนอกจากนี้ ยังพิจารณาเรื่องการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยทำมาก่อน ด้วยการจัดตั้งบริษัทค้ำประกันสินเชื่อ ตลอดจนสนับสนุนเงินทุน และการออกระเบียบแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเปรียบเสมือนการพัฒนาการประกันภัยขึ้นในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ช่วยให้การทำธุรกรรมในตลาดที่อยู่อาศัยมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ ยังจะมีการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการคมนาคมต่างๆ ทั้งการกู้เงินจากต่างประเทศ และการกู้เงินจากแหล่งในประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่ง การเดินทาง เพิ่มการซื้อขายที่อยู่ การทำธุรกรรมที่อยู่อาศัย

รัฐบาลยังมีมาตรการเพิ่มอำนาจซื้อให้กับประชาชน ทั้งการเพิ่มงบประมาณกลางปี 2552 อีกจำนวน 115,000 ล้านบาท การเร่งรัดโครงการลงทุนภาครัฐ รวมทั้งการใช้จ่ายต่างๆ ของภาครัฐ และเร่งการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างงานให้กับประชาชน ในที่สุดจะส่งผลให้ประชาชนมีอำนาจซื้อมากขึ้น

 

พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะมีมาตรการลดปัญหาอุปสรรคของภาคเอกชนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการแก้ไขกฎระเบียบที่มีปัญหาอุปสรรค ตลอดจนการออกกฎหมายที่สนับสนุนการทำธุรกรรมในที่อยู่อาศัย

 

ส่วนมาตรการสุดท้าย คือ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งมีการดำเนินการมาทุกรัฐบาล และรัฐบาลนี้ก็ยังยืนยันที่จะผลักดันนโยบายนี้ ซึ่งในส่วนของกระทรวงการคลัง มีธนาคารหลายแห่ง โดยเฉพาะ ธอส.ในการที่จะดำเนินนโยบายนี้ โดยจะมีการดำเนินการทั้งการคิดดอกเบี้ยเงินกู้อสังหาริมทรัพย์ในอัตราพิเศษ และการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยในราคาถูก สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ