Loading

กระทรวงพม.สางหนี้กคช. 9 หมื่นล

วันที่ : 12 พฤศจิกายน 2551
กระทรวงพม.สางหนี้กคช. 9 หมื่นล.

นายสุชาติ ศิริโยธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยหลังเดินทางไปตรจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่การเคหะแห่งชาติว่า ได้มอบนโยบายในเรื่องต่างๆ อาทิ การปรับลดจำนวนหน่วย โครงการบ้านเอื้ออาทรให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ทั้งนี้มีเป้าหมายรวมตามมติครม. เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 คือ ไม่เกิน 300,504 หน่วย รวมทั้งควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งหากโครงการไหนพบว่าไม่มีความต้องการที่แท้จริงก็จะชะลอการก่อสร้างออกไป ส่วนโครงการไหนที่มีปัญหาเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงานก็ต้องมีการมาประมูลและจ้างผู้รับเหมารายใหม่ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ตาม

แผนการดำเนินงาน

 

นอกจากนี้ ยังเร่งให้ดำเนินการลดหนี้สินโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งมีอยู่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท โดยมีแนวทางจะเข้าไปเจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการเช่าซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้สามารถขายโครงการได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีลูกค้าโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวนมากที่ขอสินเชื่อสถาบันการเงินไม่ผ่าน โดยสาเหตุมาจากกลุ่มผู้ที่ซื้อบ้านเอื้ออาทรส่วนใหญ่มีอาชีพอิสระ หรือค้าขาย ไม่มีเอกสารทางการเงินมารับรองรายได้ที่แน่นอน จึงทำให้สถาบันการเงินปฎิเสธที่จะให้สินเชื่อ ซึ่งส่งผลให้มียอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ประมาณ 40%

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันกคช.มีบ้านสร้างเสร็จแล้ว 100% ที่ยังไม่สามารถขายออกไปได้ประมาณ 5 หมื่นยูนิต นอกจากนี้ ยังมีแนวทางตัดขายที่ดินบางส่วนที่ยังไม่ได้มีการพัฒนาโครงการออกไป เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมทั้งการขอครม. ให้เอกชนเข้ามาซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทรแบบยกตึก เพื่อนำไปปล่อยเช่าเองอีกด้วย

 

ส่วนแผนการดำเนินงานโครงการบ้านหลังแรกที่กคช. มีแนวทางจะให้ดำเนินการในที่ดินของการเคหะฯ หรือที่ดินจากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งดำเนินการที่อยู่อาศัยให้กับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา และเริ่มสร้างครอบครัว โดยมีทำเลที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มีความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งต้องมีสภาพคล่องสูง ทั้งนี้ราคาขายจะพิจารณาตามต้นทุนราคาที่ดินเป็นหลัก

 

สำหรับแนวทางการฟื้นฟูแฟลตดินแดง มีนโยบายเบื้องต้นให้ซ่อมแซมในส่วนที่เป็นอันตราย เพื่อความปลอดภัย ส่วนแผนระยะยาว ทางกคช.จะมีการเจรจากับผู้อยู่อาศัยในแฟลตดินแดงเพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน และให้สิทธิและค่าเช่าในราคาพิเศษกว่าลูกค้าใหม่

 

ด้านนายสุชาติ ศิริโยธิพันธ์ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 17 พ.ย.นี้ จะมีการยื่นแผนพลิกฟื้นกับคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) โดยมีนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งกคช. จะยื่นแผนหลักดังนี้ ขอวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (วงเงินโอดี) จากธนาคารออมสินจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อนำมาซื้อคืนโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่เป็นหนี้เสียขาด ผ่อนส่งค่างวด 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขยายวงเงินโอดีจาก ธอส. มาแล้วจาก 300 เป็น 780 ล้านบาท

 

ซึ่งขณะนี้ได้ซื้อบ้านเอื้ออาทรคืนกลับมาแล้ว 4 พันยูนิต นับตั้งแต่เริ่มโครงการ, ขอปรับราคาบ้านเอื้อฯ เพิ่มตามทำเลที่ตั้ง หลังจากต้นทุนค่าก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น, ขออนุมัติในหลักการให้ กคช.สามารถทำเช่าซื้อเป็นระยะเวลา 5 ปี ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา และสุดท้ายขอวงเงินจากกระทรวงการคลังจำนวน 6 พันล้านบาท แบ่งเป็น 1.เงินชดเชยจากการขยายระยะเวลาก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาเป็นระยะเวลา 180 วัน ทำให้ กคช. ต้องแบกรับภาระจ่ายดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินเป็นวงเงิน 1.8 พันล้านบาท 2.ดอกเบี้ยกรณีโอนล่าช้าเนื่องมาจากลูกค้าไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ ทำให้ กคช. ต้องนำกลับมาขายใหม่เป็นวงเงิน 2 พันกว่าล้านบาท 3.วงเงินชดเชย ต้นทุนดอกเบี้ยกรณีซื้อที่ดินมาเพื่อพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทร แต่ไม่สามารถก่อสร้างโครงการได้ ซึ่งในส่วนนี้จะคิดดอกเบี้ย 3 ปี เป็นวงเงิน 1.6-1.7 พันล้านบาท

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ