Loading

145 โครงการบ้านเอื้อฯ ฉลุย กคช.ยันสผ.ไฟเขียวผ่าน EI

วันที่ : 30 ตุลาคม 2551
145 โครงการบ้านเอื้อฯ ฉลุย กคช.ยันสผ.ไฟเขียวผ่าน EIA

นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.)เปิดเผย""ฐานเศรษฐกิจ""ถึงโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวน 145 โครงการ เกือบแสนหน่วยทั่วประเทศ ที่ติดปัญหาถูกระงับการก่อสร้าง การทำนิติกรรมทุกประเภท จาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) เนื่องจากกคช. ไม่ได้ยื่นขออนุญาต อีไอเอ หรือการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อสผ.พิจารณาเห็นชอบ

                อย่างไรก็ดีขณะนี้ ไม่น่ามีปัญหา เพราะล่าสุด ได้รับคำยืนยันจาก สผ. ว่า ทั้ง 145 โครงการ ผ่านอีไอเอ สามารถก่อสร้างและขายได้ตามปกติ หลังจากกคช.ส่งรายงานอีไอเอ ของแต่ละอาคารย้อนหลังให้สผ.พิจารณา จากเดิมที่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่า การเสนออีไอเอจะต้องดำเนินการเป็นรายกลุ่มโครงการ แต่นับจากนี้ต่อไป ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อได้

                ต่อกรณีที่ ต้นทุนค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับภาระดอกเบี้ยที่ กคช.แบกรับ นายสุชาติกล่าวว่า ต้นปีหน้าจะพิจารณาปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทรเพิ่มอีก 40,000 บาทต่อหน่วยหรือ 10 % จากราคา 390,000 บาทต่อหน่วยเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

                ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กคช.ยังไม่เคยปรับราคาขาย นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2546-2547 เป็นต้นมา เมื่อเทียบกับเอกชนที่สามารถปรับค่าต้นทุนเป็นระยะ โดย นายสุชาติกล่าวย้ำว่า บ้านเอื้ออาทร ที่พัฒนาเป็นอาคารชุด ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของกคช. ขนาด 30-33 ตารางเมตร ราคาขายค่อนข้างถูก ไม่เกิน 400,000 บาทต่อหน่วย ซึ่งหาราคานี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เมื่อเทียบกับภาคเอกชน ขนาด 28-30 ตารางเมตรเข้าซอยลึกอยู่ที่ 600,000-700,000 บาทขึ้นไป

                ""อยากให้ผู้ซื้อ รีบตัดสินใจภายในสิ้นปี ยืนยันว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนแน่ แค่วางดาวน์ 6,000 บาท ก็ โอนสิทธิ์ได้ ""นายสุชาติกล่าว

                เมื่อถามถึงบ้านเอื้ออาทร ว่า ได้รับการตอบรับที่ดีหรือไม่ แหล่งข่าวกคช.กล่าวเสริมว่า แม้สถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ แต่บ้านเอื้ออาทรยังคงขายได้ต่อเนื่อง เกิดจาก กคช.ขยายฐานผู้ซื้อเพิ่ม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน สามารถซื้อบ้านเอื้ออาทรได้ ทำให้จำนวนหน่วยลดลงไปมาก และสามารถผ่านคุณสมบัติผู้กู้สินเชื่อรายย่อยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ไม่ยาก อีกทั้งไม่เกิดการทิ้งดาวน์เมื่อเทียบกับ การกำหนดเงื่อนไขที่พุ่งเป้าไปที่ ผู้มีรายได้น้อย ที่มีฐานค่าครองชีพต่ำ และเปิดกว้างสำหรับ ผู้ที่มีอาชีพค้าขายและอาชีพอิสระ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้ซื้อกลุ่มนี้ มัก ไม่ผ่านเกณฑ์การให้สินเชื่อจากธนาคาร เพราะติดเครดิตบูโร มีเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอกับการผ่อนชำระแต่ละงวด นอกจากนี้ยังพบว่า มีที่อยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง ฯลฯ ทำให้เกิดปัญหา กระทั่งต้องนำบ้านหมุนเวียนกลับมาขายใหม่ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทำเลที่ผู้ซื้อสนใจ อยู่ที่ ร่มเกล้า ลาดกระบัง และทำเลที่จังหวัดนนทบุรี ฯลฯ

                ส่วนความคืบหน้าก่อสร้าง อาคารที่ก่อสร้างเสร็จทั้งหมด 140,000 หน่วย จาก 300,000 หน่วย ซึ่งส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างก่อสร้าง และ ทยอยโอนกรรมสิทธิ์

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ