Loading

ผู้ว่าแบงก์ชาติรับ ศก.ไทยชะลอแต่ไม่ถึงขั้นหดตั

วันที่ : 24 ตุลาคม 2551
ผู้ว่าแบงก์ชาติรับ ศก.ไทยชะลอแต่ไม่ถึงขั้นหดตัว

           ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยรับเศรษฐกิจปีนี้-ปีหน้าส่อแววชะลอตัวแน่แต่มั่นใจไม่แย่ถึงขั้นหดตัว เหตุประชาชนยังมีความสามารถในการใช้จ่าย ขณะที่ภาคการเงินมีความแข็งแกร่งทั้งสภาพคล่องและฐานะ

          วันนี้ (24 ต.ค.51) นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมการประชุมพร้อมปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิชาการระดับชาติของนักเศรษฐศาสตร์ ครั้งที่ 4 ซึ่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ 6 สถาบัน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) และมหาวิทยาลัยรามคำแหง

          ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการปาฐกถาพิเศษถึงคาดการณ์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่า ขณะนี้ยังคงคาดการณ์เดิมโดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนไปแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องมีการติดตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพราะมีความผันผวนค่อนข้างมาก ส่วนคาการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปีหน้า คาดว่าจะมีการชะลอตัวเป็นธรรมดา ขณะที่การส่งออกคงชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า GDP จะไม่ติดลบจนทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจหดตัวอย่างแน่นอน

          ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้เชื่อมั่นเช่นนั้นเป็นเพราะรายได้ของประชาชนยังไม่หดหาย เห็นได้จากการจ้างงานที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ มีอัตราการว่างงานน้อยมาก ขณะที่ราคาพืชผลการเกษตรยังอยู่ในเกณฑ์ดีแม้จะลดลงเล็กน้อย ทำให้เกษตรกรมีเม็ดเงินในการนำมาใช้จ่าย ส่วนภาคเอกชนก็ยังคงมีการลงทุน และสินเชื่อก็มีการขยายตัว ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ภาคการเงินของประเทศยังมีความแข็งแกร่งมากด้วย ทั้งในด้านสภาพคล่องและฐานะ

          สำหรับภาวะการส่งออกที่ชะลอตัวลงนั้น เห็นว่านอกจากการพยายามคิดหาหนทางทำให้การส่งออกชะลอตัวลงน้อยที่สุด ยังควรจะต้องมีมาตรการในการกระตุ้นความต้องการบริโภคภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นมาทดแทนส่วนของการส่งออกที่ขาดหายไป ขณะเดียวกันเห็นว่าการที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ เป็นการดำเนินการที่จะเป็นส่วนช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดีในภาวะเช่นนี้

          ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศนั้น นางธาริษา กล่าวว่า มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเวลานี้ไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีผลมากหรือน้อยเพียงใด โดยขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่จะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในรูปแบบใด

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ