Loading

คลังจี้สรรพากรขูดภาษ

วันที่ : 12 ตุลาคม 2551
คลังจี้สรรพากรขูดภาษี

          รับมือรายได้หดจากวิกฤติศก.

          รบ.เตรียมช่วยสถาบันการเงิน

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่อาจจะกระทบถึงประเทศไทย ว่า รัฐบาลจะประชุมสรุปการแก้ไขปัญหาเรื่องสถาบันการเงินในวันอังคารที่ 14 ตุลาคม นี้ เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือสถาบันการเงินที่อาจได้รับผลกระทบ ส่วนในระดับนโยบายนั้นจะส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินในกองทุนให้มากขึ้น

          นายประดิษฐ์ กล่าวยอมรับว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้การจัดเก็บภาษี และภาษีธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ดังนั้นกระทรวงการคลังคงต้องให้กรมสรรพากรขยายฐานภาษีและติดตามการเก็บภาษีอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ใช่เป็นการขูดรีด

          "โอฬาร"ยันหุ้นไทยยังพื้นฐานดี

          ด้านนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานสัมมนาในหัวข้อ"ทางเลือกกองทุนรวมสู้วิกฤติ" จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ภายหลังรัฐมนตรีคลังของสหรัฐได้ประกาศจะเข้าช่วยเหลือฐานะของสถาบันการเงิน ที่มีความสำคัญของประเทศอย่างน้อย 6 แห่ง เพื่อรักษาความเป็นธนาคารที่เป็นศูนย์กลางการเงินของโลก คาดว่าจะทำให้นักลงทุนทั่วโลกคลายความกังวลลง ซึ่งเรื่องนี้นักลงทุนไทยควรทำความเข้าใจว่า ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นเริ่มจากสหรัฐนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยมากนัก เพราะแม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะเทขายหุ้นออกมาช่วงนี้ก็ตาม เพราะจากตัวเลขพอร์ตลงทุนของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดมีประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 110,000 ล้านบาท ในขณะที่ไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศรวมกับเงินฝากสกุลดอลลาร์สหรัฐของเอกชนไทยในต่างประเทศ มีเม็ดเงินรวมกันมากกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.1 ล้านล้านบาท

          นายโอฬาร กล่าวว่า หากนักลงทุนต่างชาติจะทยอยขายหุ้นออก เพื่อระดมเงินไปแก้วิกฤติในสหรัฐจนหมดในอีก40-50 วันข้างหน้า ก็ไม่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย เพราะรัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ขออย่าให้นักลงทุนวิตกเรื่องดังกล่าวมากเกินไป

          ชงลดภาษีLTF/RMFพยุงตลาดหุ้น

          "การเทขายของนักลงทุนต่างชาติ ไม่ใช่เพราะหุ้นไทยไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี แต่เพราะเขาต้องการเงินสดไปแก้ปัญหา และช่วงนี้ถือเป็นช่วงโอกาสที่ดี ที่นักลงทุนจะเข้าซื้อหุ้นหลายตัวที่ราคาลดต่ำลงไปมากเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานความสามารถในการทำกำไรของแต่ละบริษัท ซึ่ง สามารถเข้าลงทุนผ่านกองทุนรวมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งรัฐบาลจะออกมาตรการสนับสนุนขยายวงเงินหักลดหย่อนภาษีของทั้ง2 กองทุน เพิ่มจาก 500,000 บาท เป็น 700,000 บาทต่อปี โดยจะเสนอเข้า ครม.อังคารนี้"

          นายโอฬาร กล่าวและว่า ในขณะเดียวกันก็จะมีการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อเข้าลงทุนในตลาดหุ้น 3-4 ช่องทาง เช่น การจัดตั้งกองทุนร่วมทุน(แมทชิ่งฟันด์) การจัดตั้งกองทุนโดยบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดีเพื่อซื้อหุ้นคืน จากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ และการตั้งกองทุนโดยให้ บมจ.ปตท. เข้าซื้อหุ้น หรือลงทุนในหุ้นพลังงานที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งมาตรการทั้งหมดเหล่านี้ จะสามารถระดมทุนได้เป็นเม็ดเงินเท่าใด จะต้องรอดูแผนรายละเอียดอีกครั้ง

          ด้านนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการเพิ่มเงินลดหย่อนหักภาษี สำหรับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะสามารถเพิ่มสภาพคล่องให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมต่างๆ สามารถมีสภาพคล่องเข้าลงทุนในหุ้นได้ โดยพบว่าจากการปรับเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนของทั้ง 2 กองทุน จากครั้งแรก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาทต่อคน ก็สามารถเพิ่มสภาพคล่องให้แก่กองทุนรวมเพื่อใช้ลงทุน ประมาณ 10,000 ล้านบาท

          ถกจี7ร่วมกู้วิกฤษเศรษฐกิจ

          ด้านสถานการณ์วิกฤติการเงินในสหรัฐ ที่แม้รัฐบาลสหรัฐจะเข็นมาตรการกอบกู้วิกฤติการเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23.8 ล้านล้านบาท) แต่ก็ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของระบบการเงิน ทำให้สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งไม่สามารถรอดพ้นการล้มละลายได้

          ล่าสุด ที่ประชุมบรรดารัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือจี-7 ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐ ได้ประกาศยอมรับมาตรการสำคัญ 5 แผน เพื่อมุ่งแก้วิกฤติปัญหาทางการเงิน โดยทุกประเทศต่างให้คำมั่นว่า จะร่วมมือกันปกป้อง และดูแลธนาคารรายใหญ่ให้รอดพ้นจากปัญหาความผิดพลาด และจะร่วมกันดำเนินการเพื่อให้เกิดสภาพคล่องไหลเวียนในระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง รวมทั้งสนับสนุนความพยายามของธนาคารทุกแห่งในการระดมเม็ดเงินทั้งจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นให้มีการรับประกันเงินฝาก และพลิกฟื้นตลาดการเงิน

          ด้านนายเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐมีแผนจะเข้าไปลงทุนในกิจการธนาคารโดยตรง หลังจากเคยใช้วิธีการนี้มาแล้ว เมื่อครั้งที่เกิดวิกฤติการเงินครั้งใหญ่เกรท ดีเปรสชัน เมื่อประมาณ 80 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐล่มอย่างหนัก จนทำให้เศรษฐกิจถดถอยไปทั่วโลก และธนาคารสหรัฐล้มละลายหลายพันแห่ง

          นายพอลสัน ย้ำว่ามาตรการเข้าไปลงทุนโดยตรงในกิจการธนาคารของสหรัฐ จะมีขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือธนาคารที่กำลังมีปัญหา ไม่สามารถระดมเงินทุนจากภาคเอกชนได้ มาตรการนี้จะเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกเหนือจากแผนกู้วิกฤติการเงินจำนวน 7 ดอลลาร์ ไปซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงิน เพราะกระบวนการซื้อหนี้เสียในชุดแรกอาจกินเวลานานหลายสัปดาห์ ส่วนแผนการเข้าไปถือหุ้นของกิจการธนาคารโดยตรงนั้น นายพอลสัน ยังไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มขึ้นเมื่อใด

 

ที่มา: http://www.naewna.com

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ