Loading

กคช.ปรับแผนเอื้ออาทรอุ้มคนจนเต็มพิกัด เตรียมชงครม.ไฟเขียวนักลงทุนซื้อตึกยกล็อ

วันที่ : 16 สิงหาคม 2551
กคช.ปรับแผนเอื้ออาทรอุ้มคนจนเต็มพิกัด เตรียมชงครม.ไฟเขียวนักลงทุนซื้อตึกยกล็อต

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทร หลังจากที่คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติปรับลดการจัดสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากเดิม 6 แสนยูนิต ให้เหลือเพียงทำเลที่มีศักยภาพ 3 แสนยูนิต และได้แต่งตั้งให้ตนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ล่าสุดกคช.ได้ปรับแผนการตลาดบ้านเอื้ออาทรครั้งใหญ่ เพื่อเสนอให้ครม.มีมติอนุมัติ 4 ข้อดังนี้

 

1.ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติขั้นต้นของผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทร  จากเดิมที่ผู้ซื้อจะต้องไม่เคยเป็นผู้ทำสัญญากับกคช. ต้องไม่เคยมีบ้านเป็นของตนเอง ต้องมีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 1.7 หมื่นบาท ฯลฯ ซึ่งการยกเลิกคุณสมบัติดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่มีบ้านอยู่แล้ว หรือมีรายได้เกิน 1.7 หมื่นบาท สามารถซื้อบ้านเอื้ออาทรเพื่อการลงทุน หรืออยู่อาศัยได้ นอกจากนี้ยังให้สิทธิ์สำหรับผู้ที่มีครอบครัวใหญ่ต้องการซื้อบ้านติดกัน 2 ยูนิตก็สามารถทำได้

 

2.ผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ก่อนเวลา จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี สามารถโอนได้ก่อนกำหนด แต่ต้องเสียค่าทำสัญญาใหม่ครั้งละ 2 พันบาท ซึ่งวิธีนี้ทำให้คนที่มีความจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน หรือต้องการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อื่นที่ไม่ใช่ทายาท หรือญาติพี่น้องก็สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น

 

3.เสนอให้ภาคเอกชน เจ้าของบริษัท เจ้าของโรงงาน เจ้าของหอพัก หรือผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถซื้อบ้านเอื้ออาทรแบบ ยกชั้น หรือยกตึกเพื่อเป็นทรัพย์สินในอนาคตได้  เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวนมากอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้โรงงาน หรือชุมชน กคช. จึงได้เสนอไอเดียให้เจ้าของโรงงานสามารถซื้อโครงการยกตึกเพื่อเป็นสวัสดิการให้พนักงานเช่าต่อ สะดวกต่อการเดินทางรับ-ส่ง ช่วยประหยัดระยะเวลาเดินทาง ประหยัดค่าน้ำมันรถรับส่งพนักงาน แถมการซื้อบ้านเอื้ออาทรยังเป็นการ ลงทุนที่มีอนาคต เนื่องจากปัจจุบันราคาค่าก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรจะตกเฉลี่ยยูนิตละ 5.3 แสนบาท แต่ครม.ให้การเคหะฯขายในราคาเพียง 3.9 แสนบาท เท่ากับผู้ซื้อวันนี้ได้กำไรทันที 1.2 แสนบาท

 

จากการเสนอแนวคิดดังกล่าวกับเจ้าของโรงงานที่อยู่ใกล้เคียงโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่กว่า 207 โครงการทั่วประเทศ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี เจ้าของโรงงาน นักลงทุนเล็งเห็นความ สำคัญของการประหยัดค่าเดินทาง ค่าน้ำ มันรถ สวัสดิการของพนักงาน ทำให้พนักงานมีเวลาอยู่กันครอบครัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของโรงงานที่สนใจจองซื้อโครงการในลักษณะยกตึกนับร้อยราย รวมเป็นจำนวนที่คาดว่าจะขายได้เฉพาะในส่วนของโรงงานกว่า 1.5 หมื่นยูนิต ซึ่ง จะทำให้การเคหะปิดการขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

สำหรับปัญหาใหญ่ของคนซื้อบ้านเอื้ออาทรที่ผ่านมาคือกู้แบงก์ไม่ผ่าน และอัตราผ่อนชำระยังค่อนข้างสูงคือ 2.4 พันบาท/เดือน/ยูนิต กคช.จึงได้เสนอ ครม.เพื่อปรับลดอัตราค่าดอกเบี้ยในส่วนของโครงการบ้านเอื้ออาทรให้เหลือเพียง 4% ต่อปี ซึ่งจะทำให้อัตราผ่อนชำระลดเหลือเพียง 1.8 พันบาท/เดือน อยู่ในวิสัยที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ ในส่วนของผู้ที่มีปัญหาติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร กคช.ก็ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้คือ เจรจากับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย หรือยูแบงก์ เพื่อปล่อยกู้ให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถรองรับความต้องการได้ทั้งหมด โดยปีที่ผ่านมายูแบงก์ ได้ปล่อยกู้สินเชื่อเป็นจำนวนเงินหลายพันล้านบาท

 

ขณะนี้มาตรการดังกล่าวได้รับการ เห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์แล้ว และคาดว่าจะ มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่ออนุมัติภาย ใน 1-2 อาทิตย์ที่จะถึงนี้นายศิริโรจน์ กล่าว

 

นอกจากนี้ กคช.ยังได้เตรียมมาตรการรองรับกำลังซื้อที่จะเข้ามาหลังครม.มีมติไฟเขียวตามที่การเคหะเสนอ โดยจะมีการจัดงานมหกรรมบ้านเอื้ออาทรครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม -7 กันยายน 2551 ที่จะจัดพร้อมกันทั่วประเทศที่สำนักงานการเคหะฯ ทุกแห่ง และที่ตั้งโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยในงานดังกล่าวจะมีโครงการบ้านเอื้ออาทรที่จะนำมาเปิดขายรวมทั้งสิ้น 207 โครงการ ประกอบด้วยโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่จำนวน 141 โครงการ และโครงการ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกจำนวน 66 โครงการพิเศษสำหรับผู้ที่จองบ้านในช่วง ดังกล่าวจะได้รับสิทธิ์พิเศษคือ วางเงินเพียง 6 พันบาท สามารถทำสัญญาและถือกุญแจเข้าอยู่ได้เลยโดยโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่พร้อมเข้าอยู่มีทั้งสิ้น 6 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ 1 โครงการแพรกษา 2 (กม.8) โครงการเพชรเกษม 81 โครงการเศรษฐกิจ 1, 2, 3

 

ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3-4 เดือนก็สามารถเข้าอยู่ได้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมทั้งสิ้น 16 โครงการ ได้แก่ โครงการลาดกระบัง 2 โครงการ  วัดศรีวารีน้อย โครงการเมืองใหม่บางพลี โครงการสมุทรปราการ (บางบ่อระยะ 4) โครงการสมุทรปราการ (บางปู)  โครงการ เทพารักษ์ 4 (ซ.ที่ดินไทย) โครงการสมุทรปราการ (วัดสาขลา) โครงการหทัยราษฎร์ (บางชัน) โครงการวัดคู่สร้าง 2 โครงการเทพารักษ์ กม. 12 โครงการประชาอุทิศ (ทุ่งครุ) โครงการพันท้ายนรสิงห์ โครงการบางกระเจ้า โครงการสมุทรสาคร 2 โครงการ โครงการสมุทรสาคร 3 (ติดนิคม) โครงการสมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 2)

 

นอกจากนี้ กคช.ยังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองซื้อบริเวณชั้น 5 ของบ้านเอื้ออาทรทุกยูนิตจะได้รับถุงลดภาวะโลกร้อน และฟรีค่าติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ส่วนผู้ที่จองซื้อที่สำนักงานใหญ่การเคหะฯ ถนนนวมินทร์ มีสิทธิ์ลุ้นรับรถจักรยานวันละ 10 คัน และผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรทุกยูนิตจะได้รับยกเว้นค่าบริหาร ทรัพย์สินส่วนกลางเป็นเวลาถึง 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขที่คุ้มค่ามาก

 

พร้อมกันนี้กคช.ยังได้เข้าไปช่วยดูแลบริหารจัดการชุมชนในโครงการบ้านเอื้ออาทรด้วยการจัดระเบียบสิ่งอำนวยความสะดวกในชุมชน อาทิ การสรรหาผู้ดำเนินการรถสองแถว มอเตอร์ไซค์ ตลาด สด ลานร้านค้า เคเบิลทีวี ตู้หยอดน้ำ ฯลฯ ที่มีคุณภาพ ไม่ก่อให้เกิดปัญหามาเฟีย หรือ การบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้โครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นชุมชนที่น่าอยู่และมีมูลค่าเพิ่มในอนาคตหลายเท่าตัว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ