Loading

กคช.เล็งลดราคาบ้านเอื้อ

วันที่ : 7 สิงหาคม 2551
กคช.เล็งลดราคาบ้านเอื้อฯ

สืบเนื่องจาก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ตั้งคณะกรรมการ พิจารณาแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ที่มีดร.วิชา จิวาลัย เป็นประธาน นั้น

                ล่าสุด นาย สุรพล จันทร์น้อย รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผย""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า จากปัญหาบ้านเอื้ออาทร มีผลกระทบจาก ยอดขายที่ไม่ดีตามเป้าโดยเฉพาะโซนภาคเหนือ เช่นจังหวัดพิษณุโลก และโซนภาคอีสาน รวม 50 โครงการไม่ต่ำกว่า 20,000 หน่วย ทำให้มีบ้านเหลือค้างสต๊อกจำนวนมาก ซึ่งกคช.ได้หาทางออกด้วยการพิจารณาปรับลดราคาขายบ้านลง ส่วนจะเป็นเท่าไหร่นั้นต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ  ทั้งนี้เพื่อจูงใจให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้ตัดสินใจซื้อบ้าน ที่สำคัญ การตัดสินใจปรับลดราคาบ้านลง ไม่น่าจะกระทบต่อต้นทุนก่อสร้างของกคช. เพราะ ทำเลในแถบดังกล่าว ราคาที่ดินค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ได้ขายในราคาเท่ากันหมดทั้งประเทศ

                ขณะเดียวกัน จะพิจารณา ปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทรต่อหน่วย ขึ้น ตามทำเลและราคาซื้อขายจริง เช่นกรุงเทพมหานคร จังหวัดในปริมณฑล และ จังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ที่ ราคาขายน่าจะสูงกว่าทำเลอื่นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อนำรายได้มาใช้ปรับลดภาระหนี้ต่อไป เพราะปัจจุบันกคช.ต้องแบกภาระหนี้ ที่เกิดจาก ดอกเบี้ย หน่วยละ 61,000 บาท เกิดจาก ลูกค้าซื้อบ้านและเกิดการทิ้งดาวน์ การทิ้งโครงการที่ได้และไปจองโครงการใหม่ สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ

                นายสุรพลกล่าวต่อว่า คณะกรรมการชุดนี้ ยังได้ช่วยกคช.แก้ปัญหาบ้านเอื้ออาทรด้วยวิธีต่างๆอีกหลายวิธีได้แก่ 1.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเงินกู้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านกระทรวงการคลัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และหรือ ธนาคารออมสิน เช่นกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี หรือ การจัดตั้งกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ซื้อบ้านในโครงการบ้านเอื้ออาทร 2. อนุญาตให้กคช.เสนอขายโครงการในลักษณะยกอาคารหรือขายทั้งโครงการในราคาเดียวกันกับประชาชนทั่วไป(ราคา 390,000บาทต่อหน่วย) ให้กับหน่วยงานรัฐเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการหรือเอกชนผู้ประกอบการเพื่อให้ลูกจ้างผู้มีรายได้น้อยได้เช่าซื้อหรือ เช่าพักอาศัย 3. ให้กคช. ยกเลิกข้อจำกัดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเอื้ออาทรจากเดิมที่มีเงื่อนไขว่าต้องโอนได้เมื่อครบ5ปี 4. ขอให้การกคช. ได้รับการชดเชยกรณีขาดทุนจากการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ พ.ศ 2551 5. ขอชดเชยภาระดอกเบี้ย เงินกู้ จากนโยบายขยายเวลาก่อสร้าง 180วันโดยงดเบี้ยปรับเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 6. ให้กคช. ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลการขาดทุนรายปีจากการดำเนินนโยบายบ้านเอื้ออาทร ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น 7. ให้ธนาคารออมสินตั้งวงเงินหมุมเวียน500ล้านบาท เงื่อนไขเดียวกับธอส. และ8. ขอสนับสนุนตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ