Loading

กรมบังคับคดีไม่รอช้าขายทรัพย์/ทำเป้าแสนล้านสิ้นปีนี้เร่งพัฒนาคน-ไอทีหนุ

วันที่ : 6 สิงหาคม 2551
กรมบังคับคดีไม่รอช้าขายทรัพย์/ทำเป้าแสนล้านสิ้นปีนี้เร่งพัฒนาคน-ไอทีหนุน

 

นายสิรวัต จันทรัฐ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า  กรมบังคับคดีจะเร่งขายทรัพย์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2551 (ก.ค.-ก.ย.51) ให้มากขึ้น เพื่อให้ได้ยอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะคดีล้มละลายที่ยังมีทรัพย์ที่ตกค้างอีกมาก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท  ซึ่งกำชับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อจะได้นำมาขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในช่วง 3 ไตรมาส กรมบังคับคดีมียอดผลักดันทั้งสิ้น 8.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 79.10 ของเป้าการขาย คาดว่าสิ้นปี 2551 สามารถทำยอดขายได้เป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

 

ส่วนในปีงบประมาณ 2552 กรมบังคับคดีจะตั้งเป้ายอดผลักดันทรัพย์ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับปี2551 โดยพิจารณาจากจำนวนคดี ทุนทรัพย์ ที่ยังคงค้างอยู่และสภาพแวดล้อมอื่นๆอาทิ การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งการตั้งเป้าผลักดันทรัพย์นั้น จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่กำหนดเป้าหมายของการทำงานของปีหน้าเท่ากับปีนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน ้อมูฃลอร์พ่อพมากขึ้น นาคุณา

 

นอกจากนี้เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการ ด้านการดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีและการขายทอดตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมบังคับคดีจะมีการพัฒนาคุณภาพของบุคลากร ด้วยการจัดให้มีการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในการที่จะนำองค์กรความรู้ดังกล่าวมาพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีความโปร่งใส เป็นธรรมแก่คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนการพัฒนาระบบคลังข้อมูล โดยการรวบรวมทรัพย์สินที่ยึดไว้  ทั่วประเทศเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อจะช่วยให้การบริหารจัดการด้านข้อมูลสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งการนำระบบ GIS มาใช้ในการค้นหาตำแหน่งทรัพย์ ที่จะทำการขายทอดตลาดอีกทางหนึ่งด้วย

 

ด้านนายอนุชิต เสียงใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จังหวัดตรัง กล่าวถึงสถานการณ์การขายทอดตลาดในจังหวัดตรังเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวมากขึ้น สืบเนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย และถิ่นฐานประกอบอาชีพมาอยู่ในจังหวัดตรัง ทำให้ที่อยู่อาศัย และทรัพย์สำหรับประกอบอาชีพเป็นที่ต้องการมากขึ้น อาทิ ที่อยู่อาศัย ที่ดินสวนยางพารา ที่ดินสวนปาล์ม ที่ดินว่างเปล่า และอาคารพาณิชย์  ประกอบกับผลผลิตจากยางพาราราคาสูงขึ้น ส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดตรัง

 ซึ่งส่งผลให้ในช่วง3 ไตรมาสของปี 2551 (ต.ค.50 – มิ.ย.51) มียอดผลักดันทรัพย์สูงถึง  725 คดี จำนวนเงิน 473 ล้านบาท ซึ่งเกินเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปี 2551 ร้อยละ 106.85 สำหรับผลการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2550 (ต.ค. 49 – ก.ย. 50) สำนักงานบังคับคดีฯ มียอดผลักดันทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,107 คดี คิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปี จำนวน 660  ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 447 คดี จำนวนเงิน 42 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 105.71

 ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ