Loading

กรมที่ดินเผยพ.ร.บ.อาคารชุด (ฉ.แก้ไข)5

วันที่ : 16 กรกฎาคม 2551
กรมที่ดินเผยพ.ร.บ.อาคารชุด (ฉ.แก้ไข)51

          นายสุรสิทธิ์ สหัสธรรมรังสี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กรมที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา ลงวันที่ 6 มีนาคม 2551 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา โดยมาตรา 6/2 กำหนดให้แบบสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด และสัญญาซื้อขายห้องชุดระหว่าง ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารกับผู้จะซื้อและผู้ซื้อต้องทำตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด

นอกจากนั้นยังได้เพิ่มเติม บทบัญญัติขึ้นใหม่ในหมวด 6/1 เรื่องพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยกำหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดง บัตรประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง และบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนด

สำหรับประเด็นรายละเอียดของ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 มีส่วนประเด็นที่เป็นสาระสำคัญต่างๆดังนี้

1.กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (อ.ช.22) และสัญญาซื้อขายห้องชุด (อ.ช.23) ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนด

2.สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ผู้ซื้อจะได้รับ ผู้ขายจะต้องนำไปจดทะเบียน เป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ทั้งนี้หากผู้ขายได้ทำการโฆษณาด้วยข้อความหรือภาพโฆษณา ให้ถือว่าเอกสารที่โฆษณาด้วยข้อความและภาพโฆษณา เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายด้วย

3.การรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จะกระทำได้เมื่อผู้ขายได้ก่อสร้างอาคารและห้องชุดถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา ในกรณีที่ผู้ซื้อแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือว่าจะขอรับโอนกรรมสิทธิ์ก่อนเวลาที่กำหนด ผู้ขายจะต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อภายใน7วัน

4.ลักษณะของห้องชุด วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างและประกอบเป็นห้องชุด จะต้องสร้างตามแบบแปลนและใช้วัสดุอุปกรณ์ตามชนิด ขนาด ประเภท และคุณภาพ ตามแผนผัง แบบแปลน และรายการ
ประกอบแบบแปลนของห้องชุด ที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

5. ค่าภาษีเงินได้ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์ ในการโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุด ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในห้องชุด ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนละครึ่งหนึ่ง

6.ในกรณีที่ผู้ซื้อผิดนัดการชำระเงินตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา ผู้ซื้อยินยอม ให้ผู้ขายเรียกดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละไม่เกิน 15 ต่อปี ของจำนวนเงินที่ค้างชำระแต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาของห้องชุดที่ได้ทำสัญญาไว้

7.ผู้ขายจะรับผิดชอบความเสียหาย ใดๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากความชำรุดบกพร่อง ของห้องชุดในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนอาคารชุด และจะต้องแก้ไขความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ซื้อได้แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบ เว้นแต่ในกรณีที่ความชำรุดบกพร่องนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ผู้ขายจะต้องดำเนินการแก้ไขในทันทีที่ได้รับแจ้ง หากผู้ขายไม่ดำเนินการ ผู้ซื้อมีสิทธิดำเนินการแก้ไขเอง โดยผู้ขายยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องดังกล่าว

นอกจากนี้ พ.ร.บ.อาคารชุด ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 ยังได้กำหนดแบบบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยกำหนด และมอบอำนาจให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ออกบัตรประจำตัวเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนในเขตจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจออกบัตร ตลอดจนการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่

โดยให้อธิบดีหรือรองอธิบดีกรมที่ดินที่อธิบดีกรมที่ดินมอบหมาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ในเขตกรุงเทพ มหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ในเขตจังหวัด สำหรับการเพิกถอนและแก้ไขหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การเพิกถอนและแก้ไขการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุด การเพิกถอนและแก้ไข การจดแจ้งรายการในสารบัญสำหรับจดทะเบียนที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งที่กรมที่ดิน ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อรับทราบและให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โทรศัพท์ 0-2622-3480 หรือที่ www.dol. go.th หรือที่สำนักงานที่ดินจังหวัดทั่วประเทศนายสุรสิทธิ์ กล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ