Loading

บ้านบีโอไอ แนวโน้มหดตัวหนั

วันที่ : 2 กรกฎาคม 2551
บ้านบีโอไอ แนวโน้มหดตัวหนัก

         นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย
ว่า จำนวนที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ราคาไม่เกิน 6 แสนบาทต่อยูนิต ที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั่วประเทศ ในช่วงไตรมาสแรกปี 2551 พบว่า ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการขอรับการส่งเสริมมากที่สุดคือจำนวน 533 ยูนิต รองลงมาเป็น ภาคกลาง ซึ่งมีจังหวัดฉะเชิงเทราแห่งเดียวมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุน รวม 198 ยูนิต ส่วนภาคอื่นๆ นั้นไม่มีการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนเลย

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและราย
ได้ปานกลางปรับลดลงอย่างมาก เนื่องจากการเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีการปรับลดจำนวนการรับซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทรลงอีกรอบ จากก่อนหน้าจะรับซื้อประมาณ 3 แสนยูนิต เหลือประมาณ 2.7 แสนยูนิต ส่งผลให้จำนวนยูนิตที่ขอรับการส่งเสริมลดลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนก็ไม่ให้ความสนใจจะพัฒนาโครงการบ้านผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่มีราคาขายไม่เกิน 600,000 บาท จากปัญหาต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับขึ้นเกินกว่า 20% แล้ว ดังนั้น ในอนาคตตัวเลขการขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยและปานกลางจะลดลงไปอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางผู้ประกอบการเคยมีข้อเสนอถึงบีโอไอเพื่อให้ปรับเงื่อนไขโครงการที่อยู่อาศัยที่จะขอรับสิทธิประโยชน์จากการลงทุน ได้แก่ 1.การกำหนดพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ จะต้องไม่น้อยกว่า 31 ตารางเมตรต่อยูนิต ควรปรับลดให้เหลือเพียง 28 ตารางเมตรต่อยูนิต 2.ราคาขายจากที่กำหนดไว้ไม่เกิน 600,000 บาทต่อยูนิต ควรปรับขึ้นเป็น 1 ล้านบาท 3.จำนวนยูนิตขั้นต่ำที่กำหนดจะต้องก่อสร้างไม่น้อยกว่า 150 ยูนิต ควรให้ลดลงเหลือ 50 ยูนิตต่อโครงการ เนื่องจากปัจจุบันราคาวัสดุปรับสูงขึ้นมาก ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถก่อสร้างตามต้นทุนเดิมได้ ขณะเดียวกันหากปรับกฎเกณฑ์ลงแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเข้ามาพัฒนาสินค้าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ