Loading

ครม.ไฟเขียวหน่วยงานรัฐคืนที่ดิ

วันที่ : 14 มิถุนายน 2551
ครม.ไฟเขียวหน่วยงานรัฐคืนที่ดิน

          เพื่อให้เกษตรกรเช่าทำกิน 1 ล้านไร่

          คณะรัฐมนตรีอนุมัติหน่วยงานราชการคืนที่ราชพัสดุให้ธนารักษ์ 1 ล้าน ไร่ นำไปไปปล่อยเช่าชาวนาภายใน 3 เดือน พร้อมทั้งสั่งทบทวนค่าเช่าใหม่ สั่ง 5 หน่วย งานหารือวางหลักเกณฑ์เงื่อนไข ส่วนโครงการหมอชิตรอเสนอภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

          นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติ ให้หน่วยงานราชการต่างๆ คืนที่ดินราชพัสดุให้กรมธนารักษ์จำนวน 1 ล้านไร่ เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรเช่าทำการเพาะปลูก โดยคาดว่า จะทยอยจัดสรรได้ภายใน 3 เดือน

          ขณะที่ครม.ให้ไปทบทวนราคาค่าเช่าที่ดินราชพัสดุให้มีราคาเหมาะสม และให้ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง การคลัง ไปประชุมร่วมกัน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ทำการเพาะปลูกบนที่ดินรวมทั้งวางเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าเช่า

          สำหรับนโยบายการขอคืนที่ราชพัสดุดังกล่าว สอดคล้องกับ มติครม.เมื่อวันที่ 22 เม.ย.51 ที่เห็นชอบในหลักการเรื่อง วิกฤติอาหารและพลังงานของโลกเป็นวาระแห่งชาติและให้กระทรวงการคลังเร่งตรวจสอบที่ดินราชพัสดุ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือขอคืนที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐและไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อนำที่ดินมาให้เกษตรกรเช่าในราคาที่เหมาะสมต่อไป

          นอกจากนั้นที่ประชุม ครม. รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ส่วนการปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้นนายกรัฐมนตรีให้เสนอเข้าที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า หลังเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า สายสีม่วงอีก 15% เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท จากเดิม 3.1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ รฟม.กำหนดให้ผู้ซื้อซองประมูล ยื่นข้อเสนอสร้างโครงการดังกล่าวในช่วงต้นเดือนส.ค.นี้

          ส่วนโครงการพัฒนาหมอชิต อยู่ระหว่าง รอเข้าสู่การพิจารณาของครม. โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 900,000 ตารางเมตร มูลค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคาร ศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษา ศูนย์บันเทิง ศูนย์อาหารและภัตตาคาร อาคารสำนักงานอาคารโรงแรม 450 ห้อง พัก และอาคารที่พักอาศัยและค่าชดเชยที่ดิน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย มูลค่าก่อสร้าง 1.45 หมื่นล้านบาท

          นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สถานีขนส่ง ประมาณ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 770 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยของทางราชการ 1 แสนตารางเมตรมูลค่า 202.5 ล้านบาท และพื้นที่อาคารเชิงพาณิชย์ ซึ่งต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง รวมทั้งที่จอดรถ 7.88 แสนตารางเมตร

          ก่อนหน้านี้ ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลัง กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ทำหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการต่างๆ เพื่อ ขอพื้นที่ที่ไม่ใช้ประโยชน์คืน ขณะเดียวกันจะเจรจาให้ราษฎรที่บุกรุกพื้นที่ราชพัสดุเข้ามาขึ้น ทะเบียนเป็นผู้เช่าให้ถูกต้อง

          ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่ราชพัสดุทั่วประเทศ 12.5 ล้านไร่ ในปี 2549 พบว่า มีที่ดินที่อยู่ในการครอบครองของส่วนราชการ และใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ 2.95 แสนไร่ มีที่ดินที่ราษฎรบุกรุกอีก 5.84 แสนไร่

          ทั้งนี้ ผลการเจราในช่วงปี 2550-2551 ที่ผ่านมา พบว่ากรมธนารักษ์ สามารถเจรจาขอที่ราชพัสดุคืนจากหน่วยงานราชการ ได้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ยุติธรรม, กลาโหม และส่วนราชการรวม 503 แปลง คิดเป็นเนื้อที่กว่า 2.66 แสนไร่ แยกเป็นที่ดินราชพัสดุเรือนจำคลองไผ่ จ. นครราชสีมา 1 แสนไร่ ที่ดินแปลงเกาะกูด จ.ตราด 5 หมื่น ไร่ และแปลงสนามฝึกยุทธวิธี จ.อุดรธานีอีกกว่า 4.3 หมื่นไร่ ที่พร้อมจะเปิดให้ผู้บุกรุกเดิมและเกษตรกรรายใหม่ ได้เช่าพื้นที่ในอัตราไร่ละ 20 บาท

          สำหรับรายได้จากการให้เช่าที่ทั่วประเทศปีละ 2,700-2,800 ล้านบาท

          เชื่อว่าเรื่อง 1 ล้านไร่ ไม่มีปัญหาในการเรียกคืนจากส่วนราชการ และผู้บุกรุกเพื่อ นำมาให้เกษตรเช่าได้เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งอาจจะเป็นปีหน้าร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าว

          ร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าวว่า เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำที่ราชพัสดุของส่วนราชการ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาจัดสรรให้เกษตรกรเช่าอัตราค่าเช่าขั้นต่ำ 20 บาทต่อไร่ต่อปี เพื่อทำการเกษตรพืช ไร่และพืชพลังงานทดแทน กระทรวงการ คลังจึงได้ตั้งเป้าขอคืนที่ราชพัสดุ 1 ล้านไร่ให้ได้เร็วที่สุด แม้ว่าตามแผนแล้ววางเป้าไว้ภายในปี 2554 โดยขณะนี้ส่งข้อมูลไปให้นายสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรี รับทราบเพื่อช่วยผลักดันให้ส่วนราชการเร่งส่งคืนที่ดิน โดยเร็วแล้ว

          จริงๆ แล้วการขอคืนที่ราชพัสดุ 1 ล้านไร่ เป็นแผน 5 ปี ภายในปี 2554 แต่รัฐบาลมีนโยบายก็เลยขอเร่งส่วนราชการให้รีบส่งคืนทั้งนี้ ตอนนี้ก็ได้ทำหนังสือแจ้งไป ยังทุกกระทรวงที่ครอบครองอยู่แล้ว ถ้ามีกรณีเพิกเฉยก็จะเอาเรื่องเข้าครม.เพื่อทวงคืนร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจฉบับวันที่ 14 - 17 มิ.ย. 2551

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ