Loading

กรมที่ดินถกแก้กม. ชู นิติบุคคลจัดสรร อุ้มผู้ซื้อบ้านทั่วปท

วันที่ : 5 มิถุนายน 2551
กรมที่ดินถกแก้กม. ชู นิติบุคคลจัดสรร อุ้มผู้ซื้อบ้านทั่วปท.

             นายบุญเชิด คิดเห็น รักษาราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้กรมที่ดินได้จัดสัมมนาในหัวข้อการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อชี้แจงให้ผู้มีส่วนร่วมเข้าใจถึงข้อดีของการจัดตั้งนิติบุคคล รวมถึงรับฟังปัญหาต่างๆ เป้าหมายเพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากที่ผ่านมาพบว่ามีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพียง 322 ราย หรือประมาณ 5% ของหมู่บ้านจัดสรรจำนวนกว่า 7 พันแห่งทั่วประเทศ เนื่องจากกรมที่ดินต้องการจะผลักดันให้ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร รวมตัวกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพื่อดูแลและบริหารจัดการสาธารณูปโภคภายในโครงการด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะทำให้สาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางระบายน้ำ สวนสาธารณะภายในโครงการอยู่ในสภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการด้วย

นายสุรสิทธิ์ สหัสธรรมรังษี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมที่ดิน กล่าวว่า จากการสัมมนาครั้งนี้ได้รับทราบปัญหาในหลายด้าน อาทิ ปัญหาเจ้าของโครงการไม่ส่งมอบเอกสารสิทธิที่ดินสาธารณูปโภคในหมู่บ้าน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไปดูแล การไม่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ฯลฯ ซึ่งจะได้รวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปพิจารณาและหาทางแก้ไขต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมที่ดินอยู่ระหว่างการผลักดันแก้ไขพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 (พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน) โดยประเด็นหลักที่จะดำเนินการ ได้แก่ 1.กรณีไม่ส่งมอบเอกสารสิทธิที่ดินสาธารณูปโภค ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ โดยเสนอให้แก้ไขข้อกฎหมายใหม่โดยกำหนดว่ากรณีที่ไม่ส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ถือว่าเป็นการสูญหายและสามารถขอออกใบแทนเอกสารสิทธิ เพื่อจะได้โอนกรรมสิทธิ์แก่นิติบุคคล เพื่อให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสามารถนำไปดูแลและบริหารจัดการได้

และ 2.กรณีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นภายหลังปี 2543 มีปัญหาผู้ประกอบการ ล้มละลาย หรือละทิ้งโครงการ ซึ่งตามกฎหมายไม่เปิดช่องให้ลูกบ้านรวมตัวจัดตั้งนิติบุคคลได้ ดังนั้นจะแก้ไขให้มีสิทธิ์จัดตั้งนิติบุคคลได้ นอกจากนี้จะหารือกับกองนิติการ กรมที่ดิน เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.จัดสรรฯในประเด็นอื่นๆอาทิ ตามมาตรา 50 ซึ่งยังมีช่องโหว่โดยระบุให้ลูกบ้านถูกระงับการใช้บริการสาธารณูปโภคในโครงการก็ต่อเมื่อค้างชำระค่าใช้จ่ายติดต่อกัน 3 เดือน แนวคิดเบื้องต้นอาจแก้ไขข้อความเป็นค้างชำระ 3 เดือน เพื่อให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรบริหารจัดการสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฯลฯ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ