Loading

สคบ.ออกกฎคุมอสังหาฯ ขี้โก

วันที่ : 4 มิถุนายน 2551
สคบ.ออกกฎคุมอสังหาฯ ขี้โกง

              นางรัศมี วิศทเวทย์ เลขาธิการ สคบ. เปิดเผยถึงตัวเลขร้องเรียนในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ2551ว่าสคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยรวม 2,900 เรื่อง หรือคิดเป็น 49%ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นโครงการบ้านจัดสรรระดับกลางถึงล่าง รวมถึงโครงการจัดสรรที่เลี่ยงกฎหมายซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินคดีประมาณ600-700รื่อง

ขณะที่นายธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี ยกตัวอย่างกรณีสัญญาปากเปล่าของผู้ประกอบการที่อาจจะถูกฟ้องตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า ในเรื่องการขายสินค้าทั่วไปผู้ขายจัดให้มีโฆษณาขาย มีการประกาศ มีคำรับรอง หรือการกระทำด้วยประการใดๆของผู้ขายซึ่งทำให้ผู้ซื้อเข้าใจในขณะทำสัญญาว่าผู้ขายตกลงจะมอบให้ หรือจัดหาให้ซึ่งสิ่งของบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือสาธารณูปโภคอื่นใด หรือจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้ซื้อ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้ซื้อเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ ที่ผู้ขายจะให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ซื้อเพิ่มเติมขึ้นจากที่ได้ทำสัญญาไว้ให้ถือว่าข้อความการกระทำ หรือข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายซึ่งผู้ซื้อสามารถนำสืบพยานบุคคลหรือพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวได้ ถึงแม้ว่าการทำสัญญาเช่นว่านั้นกฎหมายกำหนดว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือและไม่ปรากฏจ้อตกลงนั้นในหนังสือที่ได้ทำขึ้นก็ตาม

อีกกรณีหนึ่งก็คือ หากคดีอสังหาฯที่เป็นคดีผู้บริโภค เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมามีการฟ้องผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวกันกรณีดังกล่าวข้างต้น ศาลในคดีหลังอาจมีคำสั่งให้ถือว่าข้อเท็จจริงในประเด็นนั้นเป็นอันยุติเช่นเดียวกับคดีก่อนโดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐาน และตัดสินคดีไปได้เลย จากเดิมที่ศาลจะให้มีการสืบพยานทุกครั้ง และจะต้องเป็นไปตามระบบกล่าวหา ซึ่งขึ้นอยู่กับพยานที่คู่ความอ้างและนำมาสืบ

ดังนั้น จะเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เพิ่มเขี้ยวเล็บให้ สคบ. ในการเอาผิดกับผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงได้ค่อนข้างมาก และยังทำให้กระบวนการตัดสินคดีเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ขณะที่ผู้บริโภคก็จะได้รับการชดเชยจากกรณีความเสียหายหรือได้รับการเยียวยาเร็วขึ้นด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ