Loading

ยุคของแพงคนจนไร้ปัญญาซื้อบ้าน มานพ แนะรัฐแก้เกณฑ์บ้านบีโอไ

วันที่ : 4 มิถุนายน 2551
ยุคของแพงคนจนไร้ปัญญาซื้อบ้าน มานพ แนะรัฐแก้เกณฑ์บ้านบีโอไอ

             ร.ศ.มานพ พงศทัต อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาเคหะการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าปัญหาราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง จนกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำให้ตลาดมีการชะลอตัวลง โดยเฉพาะซิตี้คอนโดมิเนียมที่ปัจจุบันได้ชะลอตัวไปบ้างแล้วและจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

ตอนนี้ผู้ประกอบการที่ขายก่อนสร้าง เริ่มมีปัญหาว่าค่าก่อสร้างสูงกว่าราคาที่ขายไปในช่วงก่อนหน้าและหากพัฒนาต่ออาจขาดทุนได้ ปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการเจรจาขอคืนเงินจองให้แก่ลูกค้าบ้างแล้วโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก ส่วนบริษัทใหญ่ใช้วิธีปิดการขาย เพื่อปรับราคาขายใหม่ร.ศ.มานพกล่าว

สำหรับภาวะเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นนั้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชนระดับกลาง มนุษย์เงินเดือน ที่ต้องมีภาระค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนจะต้องทำในขณะนี้ คือ ต้องประหยัดขึ้นอีก10%ในทุกด้านจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อบ้านนั้นเป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะเมื่อราคาเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น จะทำให้มูลค่าของที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อบ้านผู้บริโภคจะต้องพิจารณาถึงกำลังซื้อของตนเองให้ดีหากมีกำลังซื้อบ้านในปัจจุบัน 2 ล้านบาทให้ซื้อในราคา 1.5 ล้านบาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญจะต้องมีเงินออมสำหรับซื้อบ้านด้วย

ร.ศ.มานพกล่าวอีกว่า ในภาวะที่ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มสูงและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ประกอบกับรัฐบาลได้ยกเลิกโครงการบ้านเอื้ออาทร เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ ดังนั้น ที่อยู่อาศัญที่เป็นที่พึ่งของประชาชนที่มีรายได้น้อยคือ บ้านบีโอไอ ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)แต่เนื่องจากกฎเกณฑ์ของบ้านบีโอไอที่ใช้ในปัจจุบันบังคับใช้มาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว ซึ่งไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถพัฒนาโครงการที่เข้ากับหลักเกณฑ์ได้ดังนั้น รัฐบาลและบีโอไอควรปรับหลักเกณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาได้ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ควรมีการปรับแก้ไขได้แก่ 1. ลดขนาดของห้องชุดในคอนโดมิเนียมจากเดิม 30 ตร.ม. เหลือ 28 ตร.ม. 2.เพิ่มราคาบ้านจาก 6 แสนบาท เป็น 1 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างได้ปรับราคาขึ้นมามากแล้ว และ 3.การพัฒนาเริ่มตั้งแต่ 50 ยูนิต/โครงการ จากเดิม 150 ยูนิต/โครงการ

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ