Loading

เจาะใจ เกษมสันต์ จิณณวาโส ตัดตอนEIAเหลือ55วั

วันที่ : 18 พฤษภาคม 2551
เจาะใจ เกษมสันต์ จิณณวาโส ตัดตอนEIAเหลือ55วัน

         มีผู้ประกอบการทั้งบ้านจัดสรร-คอนโดมิเนียมจำนวนไม่น้อยที่มักหลบเลี่ยงการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) โดยอาศัยช่องกฎหมายควบคุมอาคารมาตรา39ทวิ เนื่องจากกฎระเบียบข้อบังคับค่อนข้างเข้มงวดการพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลกระทบต่อต้นทุน การแข่งขันชิงลูกค้าในตลาดในโอกาสนี้ ""ฐานเศรษฐกิจ""ได้สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส ในฐานะ ผู้บริหารองค์กรสูงสุดถึงนโยบายที่จะทำอย่างไรให้ชุมชนเดินคู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนดังประเด็นคำถามต่อไปนี้

***มาตรการควบคุมสิ่งแวดล้อม
เราเป็นหน่วยงานที่ดูเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี่คือบทบาทหน้าที่หลัก ถามว่าต่างจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) หรือไม่ บอกได้เลยว่าไม่ต่างกัน สภาพัฒน์ดูเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่สผ.ดูเรื่องสิ่งแวดล้อมสังคม โดยจะไปยุ่งเกี่ยวเรื่องชาวบ้าน ที่จะต้องกำหนดชนิด ประเภท ขนาด ที่มองกิจกรรม ประเภทหรือ ขนาดโครงการเหล่านั้นมันจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งจะรวมถึงที่อยู่อาศัย โรงแรม เหมือนแร่ ป่าชายเลน ปะการังของเสียขยะเป็นต้น

สำหรับรายงานอีไอเอ (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ที่อยู่ในความสนใจขณะนี้ คือ เครื่องมือทางวิชาการที่อาศัยเงื่อนไขตามข้อกำหนดกฎกระทรวงมาใช้ กำกับ และ อาศัยทางประสบการณ์และองค์ความรู้จากผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆ เช่นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน โยธา สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ กลุ่มคนพวกนี้จะเป็นครูบาอาจารย์จากมหาวิทยาลัยทั้งนี้รายงานอีไอเอ ที่เรียกว่าเป็นเครื่องมือก็คือถ้ามีโครงการใด ที่เข้าข่ายต้องทำรายงานอีไอเอหากปล่อยไม่เข้มงวดปัญหาจะกระทบต่อผู้อยู่อาศัย

นอกจากนี้รายงานอีไอเอ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยบรรเทา แก้ไขและฟื้นคืนธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเครื่องมือการันตีว่าถ้ามีการทำอีไอเอทุกอย่างจะดีขึ้นยกตัวอย่างการก่อสร้างจะต้องป้องกันในเรื่องของเสียง เวลาตอกเสาเข็มจะต้องใช้ระบบคานเจาะ เมื่อขุดขึ้นมาจะไม่ปล่อยให้ดินเลน ไหลลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติทำให้เกิดตะกอนและไปอุดตันตามท่อต่างๆถ้าสมมติก่อสร้างเสร็จแล้วมีคนมาอยู่รวมกันมากๆ สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือคุณจะจัดการเรื่องขยะ น้ำเสีย อย่างไร น้ำใช้จะไปเอาที่ไหนจัดจราจรอย่างไร ทั้งนี้ในรายงานอีไอเอจะบอกมาตรการไว้เลยว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้างนี่คือองค์ประกอบของการทำรายงานอีไอเอ

อย่างไรก็ดี เจ้าของโครงการควรจะเอาข้อดีของรายงานอีไอเอมาเป็นประเด็นขายให้กับลูกค้า เช่นคุณมีคอนโดมิเนียม 500 ยูนิต ไอ้ 500 ยูนิต เรากำหนดว่าจะต้องมีพื้นที่สีเขียวครึ่งหนึ่ง ในจำนวนครึ่งหนึ่งของพื้นที่สีเขียวนั้นคือ 1ใน4ของพื้นทีทั้งหมดหรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่สีเขียวเป็นไม้ยืนต้นก็จะเห็นสภาพภูมิทัศน์ ความร่มรื่นน่าอยู่ อาศัย อย่างนี้ เราไม่เคยเห็นผู้ประกอบการเอาจุดดีของอีไอเอไปขายเพื่อบอกคนซื้อ มีแต่โครงการนี้อีไอเอผ่านแล้วนะคนซื้อก็ไม่เข้าใจว่าอีไอเอคืออะไร

***อนุมัติอีไอเอล่าช้าทำให้เลี่ยงใช้39ทวิ
39ทวิ (ยื่นแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วสร้างได้ทันที แต่ต้องมีวิศวกรสถาปนิกเซ็นรับรอง) ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จริงๆเป็นเรื่องของการปรับปรุงก่อสร้างเล็กๆ เช่นผมต้องการต่อครัวออกไปผมก็ขอ39ทวิ แต่ช่องว่างของกฎหมายก็เลยทำให้คนเลี่ยงเมื่อเจ้าของโครงการมีทั้งสถาปนิกวิศวกร ของตัวเองก็น่าจะอนุญาตได้ ทีนี้นักลงทุนดีเวลอปเปอร์ทั้งหลายมักจะวางแผนอย่างนี้1.หาที่ดิน2. หาแหล่งเงินกู้ เมื่อได้ที่ดินและแหล่งเงินกู้แล้ว ก็ออกแบบรายละเอียดโครงการไปเรื่อยๆในช่วงระหว่างการออกแบบ 2-3 เดือน พอธนาคารอนุมัติ วันที่เริ่มเอาเงินมาใช้ดอกเบี้ยมันเดินแล้วและเริ่มมองว่าอีไอเอน่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้การทำงานของตัวเองล่าช้า ก็หาทางเลี่ยงยื่นขออนุญาตไม่เกิน79ห้องและต่อเติมภายหลัง

ตั้งแต่ผมเข้ามานั่งในตำแหน่ง เลขาธิการสผ.ปีเศษ พบว่ามีจำนวน 100 กว่าโครงการที่ไปก่อสร้างก่อนได้รับอนุมัติอีไอเอหลังจากที่เราเข้มงวดมาก วิธีการก็คือตรวจสอบและยืนยันว่าโครงการนั้นมีการก่อสร้างก่อนหรือไม่ โดยให้เจ้าของโครงการทำหนังสือแจ้งแล้วให้เขตในฐานะหน่วยงานอนุญาตไปตรวจสอบ และขอให้หน่วยงานอนุญาตแจ้งกลับมา ขณะเดียวกันก็ส่งคนของเราไปดูด้วยถ้าหากแจ้งมาไม่ตรงเราก็จะบอกว่าโดยกฎหมายของเราการพิจารณารายงานจะต้องระงับการก่อสร้างทีนี้ผมจะไปบอกเจ้าของโครงการไม่ได้เขาไม่เชื่อ แต่ผมสามารถบอกบริษัทที่ปรึกษาถ้าคุณไม่ทำอย่างให้ผมเตือนครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สามจาก 3ปีเหลือ 2 หรือ ต้องหางานใหม่ คราวนี้บริษัทที่ปรึกษาก็เข้าระบบหมด ไปบอกเจ้าของโครงการว่าต่อไปนี้ทำ39ทวิไม่ได้แล้ว และที่สำคัญเราจะแจ้งไปที่สภาวิศวกรรม และ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เพราะในแบบจะมี2คนเซ็นรับรองแบบ เราจะบอกว่า 2คนนี้เซ็นรับรองฝ่าฝืนกฎหมายเราเรื่องอะไรจรรยาบรรณก็ให้ไปพิจารณาจรรยาบรรณ เรามี ประชุม สภาวิศวกรรมและสถาปนิกสยามบอกเลยว่ายินดีให้ความร่วมมือเป็นเครือข่ายใครเซ็น 39 ทวิ และ บริษัทที่ปรึกษาไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเขาจะไปพิจารณาเรื่องจรรยาบรรณให้ผมก็พิจารณาของผม หลังจากที่เราประกาศเรื่องนี้มาโครงการก็มีการขอถอนออกไปแล้วก็ส่งกลับเข้ามาใหม่ แต่กลับเข้ามาใหม่เราก็พิจารณาให้เร็วมีประเด็นค้างอยู่แล้วเราก็ลัดขั้นตอนร่นกระบวนการให้เร็วขึ้น ให้เขาตอนนี้ก็มีเหลืออยู่ 10โครงการ จาก 100 โครงการที่เหลือ10โครงการเราขอรัดขั้นตอน แทนที่จะให้ไปนับ1ใหม่ เราขอว่าความเห็นที่เคยขอไปแล้วให้ไปทำความเห็นแล้วส่งกลับมา เพื่อให้มันหมดภาระไป ของอย่างนี้มันต้องช่วยกันเขาก็ต้องช่วยผม และผมเองก็หาทางทำให้เขาเร็วขึ้นอย่างกรณีบริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ก็มีกรณีแบบนี้เหมือนกัน เราก็คุยกับเขาแล้วก็ส่งกลับมาแล้วก็ดูแล ซึ่งก็ใช้วิธีก่อสร้างไปก่อนแล้วส่ง อีไอเอตามหลัง แล้วบริษัทที่ปรึกษาโครงการก็มาคุยผมก็อธิบายให้เขาฟัง จริงๆแล้วขั้นตอนการพิจารณาอีไอเอ ไม่ได้ช้าเลยเพราะว่า1.บริษัทที่ปรึกษามีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสวล.2.การทำรายงานอีไอเอมีคู่มือ เหมือนการเอาข้อสอบไปทำที่บ้าน เพียงแต่เปลี่ยนทำเลที่ตั้ง และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันถามว่ายากไหมบอกได้เลยไม่ยากนะ

****อีไอเอใช้เวลานาน6เดือน-1ปี?
ของผมใช้เวลาอย่างเก่ง 50-55 วันตั้งแต่ผมปรับวิธีการ ยกตัวอย่างที่ส่งรายงานมา ยกตัวอย่างเดอะบีชที่พัทยา สร้างคอนโดมิเนียม 5 แท่งใหญ่ๆที่นาจอมเทียน เขาส่งรายงานมาเมื่อประมาณต้นเดือนแต่เนื่องจากพัทยาเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมเราจะทำประเด็นตรวจสอบข้อมูลให้ โดยนำความเห็นของเราไปให้เมืองพัทยาซึ่งเมืองพัทยาก็มีคณะผู้ชำนาญการประจำเมืองพัทยาอยู่แล้ว พัทยาไปดูว่าขาด 5เรื่องก็จะเรียกบริษัทที่ปรึกษามาว่าควรจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม เมื่อไหร่เขาส่งมาให้เราก็ออกหนังสือว่าเห็นชอบ แค่ 10 วันแต่อย่าลืมปีหนึ่งมี365วัน แต่มีงาน 1,400เรื่อง

ผมว่าผมเร็วขึ้น ก็คือ วันแรกที่เขาส่งมา เมื่อก่อนใช้เวลา 30วัน เดี๋ยวนี้ใช้เวลา 15วัน พอเข้ากรรมการประชุม มีประเด็นอะไรเราจะให้ประเด็นไปดูก่อน เดือนหน้าคุณกลับมาใหม่ พอมีการประชุมรับรองการรายงาน พอมีการประชุมรับรองรายงานถึงจะแจ้ง เท่ากับเสียเวลาไป2เดือน คือ 15วันประชุมเสร็จมีประเด็นผมให้เลย และเอาไปแก้ไข ในการประชุมครั้งต่อไปก็ส่งกลับไปได้เลย ไม่ต้องเริ่มใหม่เรื่องที่สองที่ผู้ชำนาญการแสดงความคิดเห็นแล้วไม่เข้าใจ ผมจัดประชุมวงเล็กให้ โดยเรียกเจ้าของโครงการ บริษัทที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ มานั่งวงเล็ก ว่าผู้ชำนาญการต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มขอบเขตแค่ไหน และทำความเข้าใจกับเจ้าของโครงการ ดังนั้นประเด็นที่ค้างอยู่ถ้าทำตามที่พูดคุยกันวงเล็กในการประชุมคราวหน้าก็น่าจะผ่าน หรือ ถ้าอะไรปลีกย่อยก็ปล่อยผ่านไปได้หรือถ้าบริษัทที่ปรึกษาส่งมาครบถ้วนก็ให้แจ้งที่ประชุมคราวหน้าและให้เห็นชอบไปเลย

***เร็วแล้วทำไมผู้ประกอบการยังเลี่ยง
เรื่องมี 1,400 เรื่อง ในเวลา 365วัน อีกทั้งผู้ชำนาญการซีกหนึ่งเราจะต้องสอบตามเงื่อนไขของกฎหมาย อีกซีกหนึ่งเป็นความเป็นทางวิชาการ แต่บางครั้ง ความเห็นทางวิชาการที่มากเกินไป อย่างที่มันมีปัญหาที่ผ่านมาเรื่องพื้นที่สีเขียวแอร์ 1ตันต่อต้นไม้ 1ต้นผมฟังแล้วหัวเราะบอกว่าทำไม่ได้เพราะต่อไปผู้ประกอบการยื่นรายละเอียดโครงการมาแล้วบอกว่าไม่ปลูกต้นไม้ก็ไม่มีใครติดแอร์ถ้ากำหนดอะไรให้คนเขาเลี่ยงจะไปกำหนดทำไม ผมก็อธิบายกรรมการแล้วผมก็ยกเลิกเลย ช่วง3เดือนที่ผ่านมาฟัดกันนัวเนียเรื่องนี้ ผมบอกว่ามาตรการที่ใช้องค์ความรู้ทางวิชาการคือ1. ต้องปฎิบัติได้2.ไม่เป็นภาระ3.ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์ หากจะทำไปทำที่อื่นชดเชย เช่น ซื้อที่ดิน 1ไร่ที่สีลมผมเคยถามเจ้าของโครงการว่า 200ล้านบาท ปกติ 50 % เป็น พื้นที่สีเขียว และอีก ครึ่งหนึ่งของ 50%ต้องปลูกไม้ยืนต้น บังคับว่าสูง 5เมตร เรือนยอก 5เมตร เส้นรอบวง 50เซนติเมตรจะปลูกได้สักกี่ต้นและนี่ยังไม่รวมแอร์1ตันต้นไม้ 1ต้น จึงหาทางออกว่าถ้าอยากให้โลกหายร้อนก็ปลูกทดแทนที่สาธารณะรอบๆหรือรวมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ลูกบ้านยังได้รับส่วนลดหย่อนภาษีเป็นต้นอีกเรื่องคือตั้งกองทุนยอมรับว่าคณะกรรมการหวังดี หากกำลังก่อสร้างหินหล่นใส่หัวคนเดินถนน ก็ให้นำเงิน 0.5 % ของมูลค่าโครง
การซึ่งถือว่ามาก เอาไปชดเชยให้กับผู้เสียหาย ผมหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเขาก็บอกว่าของกรมประกันภัยเขามีกฎหมายบังคับอยู่แล้วส่วนใหญ่ประกันตัวอาคารเราก็ขอผู้ประกอบการให้คุมไว้ซึ่งการบังคับตามกฎหมายย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ต้องไปบังคับเจ้าของให้เพิ่มในประเด็นดังกล่าว

สรุปว่า ผมทำให้อีไอเอเร็วขึ้นและลดภาระ 1. ผมทำเรื่องเวลา 2.ทำวงเล็กให้ 3. มาตรการที่เป็นอุปสรรค4. เรื่องการให้ข้อมูลจากคอมเมนต์ของคณะกรรมการ ผมว่า 4 เรื่องขณะนี้น่าจะเร็วขึ้นผมการรันตี และยิ่ง 3-4เดือนที่ผมนั่งเป็นประธานคณะผู้ชำนาญการพิจารณาอนุมัติอีไอเอเอง ก็ยิ่งเร็วขึ้น เพราะเรายึดกติกาที่ตกลงกัน และประนีประนอม หากเรื่องไหนที่แสดงความเห็นจบไปแล้วและหยิบขึ้นมาพูดอีกก็จะทักท้วง

***แก้ปัญหาใช้มาตรา39ทวิเลี่ยงอีไอเอ
ห้องชุด โรงแรม ฯลฯ 79ห้องไม่ต้องทำอีไอเอ ถ้า 80 ห้องต้องทำ เขาจะทำที่ 79ห้องก่อนและต่อเติมห้องที่ 80 จนถึงห้องที่300 ขยายไปเรื่อยๆ ใช้ช่องตรงขอต่อเติม สมมุมติ เดิมมี 79 ขอต่อเติมอีก100 ห้อง เป็น 179 เกินกฎหมายกำหนด กทม. บอกว่า จำนวนห้องมันเกิน หากตรวจพบ ก็จะให้ไปทำอีไอเอ แต่รายงานอีไอเอมันจะครอบคลุมว่า 79ห้องไปตรวจสอบมี79ห้องอยู่แล้ว มีระบบการจราจรการจัดการน้ำเสีย บ่อหน่วงน้ำเป็นอย่างไรสภาพอาคารถูกต้องไหม เพราะมีบางโครงการดูแล้วบอกว่ามันผิดกฎหมายพิจารณาไม่ได้ก็ส่งคืน เช่นของโครงการที่มีข่าวดัง2บริษัทที่ผ่านมา เราก็ไม่รับพิจารณาอีไอเอ ตอนนี้เป็นเรื่องของทางเขตๆเขาสั่งระงับระงับเสร็จต้องไปดูตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารคนที่ซวยคือผู้บริโภคต้องไปฟ้องร้องกัน

***มีอาคารเข้าข่ายผิดกฎหมายอีกหรือไม่
ที่ ยื่นอีไอเอ ทั่วประเทศ มี 1,400 ราย ทั้งกทม.และหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่ อาทิ ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา หัวหิน ฯลฯ มันถูกหมด ที่ผ่านมา พิจารณาผ่านไป 400-500 รายก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่ยังเหลืออยู่และทยอยมาทุกวันก็ไม่ผิดกฎหมาย และจาก 1,400 มันผิดอยู่ 100 กว่าราย 2เดือนก่อนเหลือ20ราย ที่ผิด ตอนนี้เหลือ แก้ไขมาเหลือ10ราย ซึ่ง 10 รายที่เหลือ จะพิจารณาให้จบ ต้องเข้าใจว่ารายงานอีไอเอมีทั้งหมด 400 หน้าเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานาน ต้องดูหมดสายไฟ ความสูงอาคารว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าความสูงเกินก็ต้องมีระบบดับเพลิง

***ตรวจซ้ำซ้อนกับก.ม.อาคารหรือไม่
ผมกำลังมองอย่างนี้ถ้าต่อไปนี้เราไม่ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการแล้ว ใช้กฎหมายหมด ช่วยลัดขั้นตอนแล้วก็เลิกกัน ผู้ประกอบการจะได้สบายแต่ผู้บริโภคผมไม่รับรู้ ถามง่ายๆ ค่าจ้างต่อโครงการตั้งแต่ 500,000 บาท 1,000,000 บาท 3,000,000บาท เงินเฉพาะค่าจ้างเป็น1,000ล้าน ที่บริษัทที่ปรึกษาได้ ผมเลิกบริษัทที่ปรึกษาดิ้นพราดๆ ทุบหม้อข้าเขาเรืองแบบนี้มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยถ้าเจอกรณีที่ไม่ดีก็จะต้องบอกให้ทำอีไอเอและต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เขื่อนแม่วงศ์ เขาสบกก แก่งเสือเต้น ของกรมชลประทาน 10กว่าปี ยังไม่ผ่านอีไอเอ เพราะ ติดปัญหาที่ดินของอุทยาน ทุกคนเข้าใจว่าติดที่สผ.แต่ติดที่หน่วยงานเขาเอง

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ