Loading

บี้ไฮเปอร์มาร์เก็ต/ออฟฟิศทำ EIA + สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคุมเข้มอาคารหมื่นตารางเมตรสูง 23 เมตร

วันที่ : 4 พฤษภาคม 2551
บี้ไฮเปอร์มาร์เก็ต/ออฟฟิศทำ EIA + สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคุมเข้มอาคารหมื่นตารางเมตรสูง 23 เมตร

         สืบเนื่องจากธุรกิจค้าปลีก ประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนอาคารสำนักงานมีตัวเลขการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่แพ้อาคารประเภทที่อยู่อาศัยรวม บ้านจัดสรร แม้ว่าอาคารเหล่านี้จะมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 18 ควบคุมประโยชน์ใช้สอยความมั่นคงแข็งแรงในอาคารก็ตาม แต่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบใกล้ที่ตั้งโครงการยังเป็นช่องว่างที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)ยังไม่ได้เข้าไปควบคุมนั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่าขณะนี้ สผ. เตรียมกำหนดให้ อาคารสาธารณะชุมนุม คน ประเภทห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต คอมมิวนิตีมอลล์ แคตช์แอนด์แคร์ริ่ง และอาคารสำนักงานทั่วประเทศ ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร หรือ มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป ปกคลุมด้วยหลังคาเดียวกัน และใช้สาธารณูปโภคร่วมกัน จะต้องอยู่ในข่ายจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ เช่นเดียวกับอาคารอยู่อาศัยรวมและบ้านจัดสรร จากเดิมที่ยังไม่มีกฎระเบียบของสผ.ควบคุมถึง ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้ยกร่างเป็นประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับประเภทและขนาดอาคารที่ต้องทำอีไอเอ และอยู่ระหว่างการรับรองมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กฎระเบียบของอีไอเอ ได้เน้นควบคุมที่ อาคารพื้นที่10,000 ตารางเมตรสูง 23เมตร ที่เข้าข่ายอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่ต้องจัดทำระบบอัคคีภัย เฉพาะอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ชายทะเล ใกล้เขตพระราชฐาน วัด โบราณสถาน เขตหวงห้าม ฯลฯ ตามกฎหมายควบคุมอาคารเท่านั้น ทำให้เกิดช่องว่างตามมา โดยเฉพาะ ห้างสรรพสินค้า และ ไฮเปอร์มาร์เก็ตอาทิ เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี ฯลฯ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ มีการขยายตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงขออนุญาตก่อสร้างอาคารและตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวมเท่านั้น โดยไม่ต้องขออนุญาตอีไอเอ ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมทางกายภาพกับชุมชนที่อยู่รอบข้างเพราะมีคนเข้าใช้สอยพื้นที่อาคารแต่ละวันจำนวนมากกว่า 500 คนขึ้นไป ในทางกลับกัน อาคารเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งพื้นที่จอดรถ การเว้นที่ว่างระยะถอยร่นรอบอาคาร พื้นที่สีเขียว ขยะ การระบายน้ำ และสภาพจราจรรวม ตลอดจนการก่อสร้างที่ประชิดแหล่งชุมชนเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง เสียงดังรบกวนตามมาดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเร่งด่วน

ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งในแวดวงธุรกิจค้าปลีกกล่าวว่า ทั้ง เทสโก้ โลตัส คาร์ฟูร์ ผู้ประกอบการเป็นต่างชาติ ต่างเน้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ทั้งพื้นที่เว้นว่าง ลานอเนกประสงค์ ด้านนอกอาคาร พื้นที่จอดรถ พื้นที่สีเขียวการกำจัดขยะและน้ำเสีย ซึ่งไม่น่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนโดยรอบแต่อย่างใด และหากให้อาคารลักษณะนี้ อยู่ในข่ายต้องจัดทำอีไอเอเหมือนที่อยู่อาศัยมองว่าจะเกิดปัญหาล่าช้าและมีต้นทุนตามมา

จากการสำรวจของ""ฐานเศรษฐกิจ"" พบว่า เทสโก้โลตัส เกิดขึ้น มากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ 60-70% ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ส่วนคาร์ฟูร์ มีเพียง 70 สาขา แม็คโคร หรือ ธุรกิจค้าปลีกประเภทแคตช์แอนด์แคร์ริ่ง มีสาขาอยู่ไม่มาก นอกจากนี้ยังมีอาคารรูปแบบศูนย์การค้า เกิดใหม่ เช่นยูเนี่ยนมอลล์ ย่านต้นถนนลาดพร้าว อินเดียเอ็มโพเรี่ยมย่านพาหุรัด ที่เพิ่งเปิดใช้อาคาร และ ในรูปแบบคอมมิวนิตีมอลล์อย่าง เดอะคลิสตัน ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ใช้สอยเกิน10,000ตารางเมตรขึ้นไป

สำหรับอาคารสำนักงาน พบว่า ตัวเลขจากบริษัทซีบีริชาร์ด เอลลิสฯ ระบุว่า ความต้องการพื้นที่เช่าอาคารในเขตกทม.ในปี 2551 มีจำนวน 200,000 ตารางเมตร โดยในปี 2550 มีพื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มขึ้น 88,500 ตารางเมตร

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ