Loading

คลังเอกซเรย์ที่ราชพัสดุ 12.5 ล้านไร่

วันที่ : 25 เมษายน 2551
คลังเอกซเรย์ที่ราชพัสดุ 12.5 ล้านไร่

             ล้างบางผู้บุกรุก/เปิดให้เช่าไร่ละ 20 บาท

          ระนองรักษ์กำชับกรมธนารักษ์เร่งตรวจพื้นที่ราชพัสดุ  12.5 ล้าน ไร่ทั่วประเทศ หลังพบมีการบุก รุกที่ตามโครงการพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วม 4,000 ไร่ ขีดเส้นตาย 6 เดือนต้องแล้วเสร็จ ขณะที่เมือง ย่าโมที่ดินราชพัสดุกว่า  6 แสน ไร่มีปัญหาไม่แพ้กัน ล่าสุด ผุดไอเดียเก๋เสนอให้เกษตรกรเช่าที่ราชพัสดุทำกิน โดยคิดค่าเช่า เพียงไร่ละ 20 บาทต่อปีเท่านั้น

          ร.ต.หญิง ระนองรักษ์  สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง เปิดเผยภาย หลังเดินทางไปตรวจราชการเพื่อรับฟังบรรยายสรุป และมอบนโยบายการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ดินราชพัสดุตามโครงการพระราชประสงค์ หมู่ บ้านสหกรณ์ ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า จากที่ได้รับรายงานพบว่ามีสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 362 ราย จำแนกเป็นพื้นที่ใช้แล้ว 128 ราย ขายบางส่วนและอยู่อาศัยบาง ส่วนจำนวน 173 ราย อยู่ครบ ตามเงื่อนไขจริงจำนวน 61 ราย

          โดยปัจจุบันมีบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ในโครงการทั้งสิ้น 354 ราย โครงการครอบคลุมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน โดยในจำนวนนี้มี 5 หมู่บ้าน ที่มีพื้นที่ส่วนกลางเหลืออยู่ นอกนั้นถูกราษฎรบุกรุกแผ้วถางคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3,915 ไร่

          ส่วนพื้นที่ ที่ตกเป็นข่าวนั้น ได้แก่พื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านฟ้าประทาน ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลาง 1,700 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนกลางนั้น สงวนไว้เพื่อสร้างสำนักงาน ราชการ และกันไว้ให้แก่ลูกหลานสมาชิกที่เกิดใหม่ โดยในหมู่ที่ 2 นี้ มีผู้บุกรุกจำนวน 3 ราย เนื้อที่ประมาณ 195 ไร่ ซึ่งได้ให้ธนารักษ์พื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้ว

          รมช.คลัง ยังกล่าวต่อว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้กำชับพิเศษว่า ให้หน่วยงานทุกหน่วย เร่งรัดแก้ไขดำเนินการอย่าให้เกิดการบุกรุกขึ้นอีก และการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาจะต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อน รุนแรง แต่ถ้าทำผิดก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีเพื่อลงโทษ

          ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์ ได้เคยจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจรังวัด แต่ได้รับการต่อต้านจากผู้อยู่อาศัย และทำประโยชน์ให้พื้นที่โครงการ ทำให้รังวัดได้บางส่วนในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนิน การรังวัด จัดทำแผนที่ทางกายภาพ และสอบสวน สิทธิประชาชนในพื้นที่ราชพัสดุทั้ง 40,000 ไร่

          สำหรับการดำเนินการรังวัดตรวจสอบพื้นที่ จะเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ภายในเดือนเมษายน 2551 โดยจะให้ระยะเวลา 6 เดือนต้องดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนการดำเนินโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ฯ ที่จะต้องออกกฎกระทรวงฉบับใหม่เพื่อรองรับโครงการดังกล่าวนั้น กรมธนารักษ์ได้อนุมัติในหลักการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

          สำหรับโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าเต็ง-ป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 55,625 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชประสงค์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดน ค่ายนเรศวร

          ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงซึ่งทำไร่เลื่อนลอยมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และมีการจัดที่ดินให้แก่ราษฎรที่ยากจนในรูปการจัดหมู่บ้านสหกรณ์ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า และการรักษาความปลอดภัยของชาติบริเวณชายแดนด้วย

          ล่าสุดรมช.คลัง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม เพื่อรับฟังปัญหาของราษฎร กรณีที่ดินราชพัสดุ จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่กว่า 6 แสนไร่ โดยที่ตำบล หัวทะเล อำเภอเมือง และตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยที่ตำบลหัวทะเล มีปัญหาเรื่องการขอใช้พื้นที่ ระหว่างเทศบาลกับเขต พื้นที่การศึกษา ขณะที่ตำบลคลองไผ่ ได้มีปัญหาการใช้พื้นที่ราชพัสดุ แปลงเรือนจำกลางคลองไผ่

          จากการมารับฟังปัญหาที่จ.นครราชสีมา พบสภาพปัญหาเรื่องมีราษฎรบุกรุกใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว  ซึ่งเดิมที่เป็นแปลงเรือนจำกลางคลองไผ่นั้น ขณะนี้มีราษฎรครอบครองที่ดินรวมทั้งสิ้น 9,327 ราย เนื้อที่ประมาณ 103,547 ไร่ โดยให้ใช้แนวทางแก้ปัญหาตามมติครม. ปี 2539 แต่ปัญหา คือ ผู้บุกรุกไม่ยอมรับเงื่อนไขการจัดให้เช่าของกรมธนารักษ์ จึงต้องมาคิดกันว่า จะหาวิธีใดมาดำเนินการ ซึ่งยังเน้นที่จะไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นกับราษฎรโดยเด็ดขาด

          สำหรับมติครม. ปี 2539 นั้น ได้ระบุแนวทาง แก้ปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุไว้ 4 แนวทางคือ

          1.กรณีราษฎรที่มีหลักฐานเอกสารสิทธิ์ ให้ทำการพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

          2.กรณีที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ให้พิสูจน์สิทธิ์โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศปี 2495

          3.กรณีที่ราษฎรครอบครองทำประโยชน์มาภายหลังการเป็นที่ราชพัสดุให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และ

          4.ถ้าไม่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ให้กรมธนารักษ์ จัดให้เช่า ระยะเวลาเช่า 30 ปี อัตราค่าเช่าไร่ละ 20 บาทต่อปี

          อย่างไรก็ตาม มติครม.ปี 39 ยังได้มีการพูดถึงโครงการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดให้ราษฎรที่บุกรุกที่ราชพัสดุ ได้เช่าเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรโดยคิดค่าเช่าเพียงไร่ละ 20 บาทต่อปี หรือตารางวาละ 5 สตางค์ โดยบริเวณตำบลคลองไผ่ ได้มีพื้นที่เป้าหมายประมาณ 10,000 ไร่ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ราษฎรผู้บุกรุก และผู้ที่ลงทะเบียนคนจน ประมาณ 2,000 ราย ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงาน คือ 1.รังวัด แบ่งพื้นที่ จัดให้เช่า 2.บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น แนะนำวิชาการ และหาแหล่งเงินทุน เป็นต้น 3.อนุญาตให้นำสิทธิการเช่าไปเป็นหลักประกัน การขอกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน

          ส่วนผลที่คาดว่าจะได้รับคือ เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ประมาณ 8,000 บาทต่อไร่ต่อราย ซึ่งในพื้นที่เป้าหมาย 10,000 ไร่ จะสามารถสร้างรายได้รวมประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด และระดับประเทศด้วย

 

ที่มา: http://www.siamturakij.com

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ