Loading

ประดิษฐ์สั่งธอส. ปลุกตลาดบ้านมือ2 หลังแผนภาษีไร้ผล รัฐผุดมาตรการเพิ่

วันที่ : 23 เมษายน 2551
ประดิษฐ์สั่งธอส. ปลุกตลาดบ้านมือ2 หลังแผนภาษีไร้ผล รัฐผุดมาตรการเพิ่ม

          รัฐบาลเดินหน้าปลุกตลาดหสังหาริมทรัพย์ รมช.คลัง ดิ้นพล่าน หลังมาตรการภาษีปลุกตลาดบ้านมือสองไม่ขึ้น สั่ง ธอส. ศึกษาแบบจากต่างประเทศ

          นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธ์ รมช.คลัง กล่าวว่าได้ให้นโยบายแก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ไปศึกษาตลาดซื้อขายบ้านมือสอง โดยอาศัยเทียบข้อมูลจากต่างประเทศ และพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมหรือสนับสนุนการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการซื้อขายบ้านมือสองยังไม่คึกคัก ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการลดภาษีสนับสนุนให้มีการโอนจดจำนองบ้านมือสองไปแล้วก็ตาม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2551  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม โดยลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากอัตราร้อยละ 2 และร้อยละ 1 ตามลำดับ เหลือร้อยละ 0.01  สำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคาร หรืออาคารพร้อมที่ดินซึ่งมีเนื้อที่รวมไม่เกิน 1 ไร่ ที่มิได้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินด้วย โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2552 ตามที่กระทรวงการคลังและกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เสนอ

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ครม.ได้อนุมัติมาตรการด้านภาษีกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่อสังหาริมทรัพย์ภายใต้มาตรการดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน อาคารสำนักงาน และห้องชุดเท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ

          อนึ่งมาตรการภาษีฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551 ซึ่งบางมาตรการมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2551 ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้สุทธิ 150,000 บาท (ซึ่งจะทำให้มีผลต่อการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลดลงสำหรับเงินได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 เป็นต้นไป)  การยกเว้นกำไรสุทธิ 150,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท การลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจากร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 0.1  และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01  รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2551 ที่ให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ร้อยละ 7 ไปอีก 2 ปี  (1 ตุลาคม 2551 - 30 กันยายน 2553) จะช่วยให้ประชาชนมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ทำให้มีอำนาจในการ ใช้จ่ายมากขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ดีขึ้นด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ