Loading

คลังชงครม.กระตุ้นอสังหาฯอีกรอบ ปลุกตลาดบ้านมือสอง2.2แสนยูนิตฟื้

วันที่ : 21 เมษายน 2551
คลังชงครม.กระตุ้นอสังหาฯอีกรอบ ปลุกตลาดบ้านมือสอง2.2แสนยูนิตฟื้น

           หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2551 ไปจนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2552 ปรากฏว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน เนื่องจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่ ครม.มีมติเห็นชอบก่อนหน้านี้มีผลในการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมเฉพาะกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในโครงการจัดสรรเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าถ้ารัฐอยากจะกระตุ้นจริงควรลดภาษีค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง พร้อมๆ กับขยายมาตรการกระตุ้นในรอบแรกออกไปให้ครอบคลุมธรุกิจบ้านมือสองที่ไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร รวมทั้งออกกฎหมายสนับสนุนบ้านมือสองเหมือนกับที่เคยบังคับใช้ก่อนหน้านี้

ล่าสุด นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 เมษายนนี้ เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเพิ่มเติมต่อที่ประชุม ครม. จากเดิมที่ ครม.มีมติยกเว้นค่าธรรมเนียมค่าจดจำนองและการโอนให้เฉพาะบ้านที่อยู่ในโครงการจัดสรรเท่านั้น

ทั้งนี้ มาตรการใหม่ได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงการซื้อขายบ้านและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่นอกโครงการจัดสรรด้วย คำว่า ""ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง"" เท่ากับว่า ""บ้านมือสอง"" ที่อยู่นอกโครงการจัดสรรจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีดังกล่าว นอกจากนี้ มาตรการเพิ่มเติมยังได้ให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับผู้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่ไม่เกิน400ตร.ว.หรือ1ไร่อีกด้วย

นายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด ธุรกิจนายหน้าตัวแทนซื้อขายบ้านมือสอง เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาฯเพิ่มเติมที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.นั้น ถือเป็นการขยายผลให้ครอบคลุมอสังหาฯทั้งระบบ โดยรอบนี้กลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์คือ 1)บ้านมือสอง และ 2)บ้านใหม่ที่อยู่นอกโครงการจัดสรร

 

โดยเฉพาะการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ถือว่ามีผลในเชิงจิตวิทยาต่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างแน่นอน เฉลี่ยแล้วหากซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท จะได้รับลดหย่อนค่าธรรมเนียมจากเดิม2หมื่นบาทเหลือเพียง100บาท

ที่ดียิ่งไปกว่านั้นคือ ในการประกาศมาตรการรอบ 2 นี้ สามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันที เพราะกระทรวงมหาดไทยประกาศเป็นกฎกระทรวงได้เลย ต่างจากครั้งแรกที่ต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื่องจากมีการลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังด้วย ดังนั้นเป็นไปได้ว่าภาพรวมตลาดบ้านมือสองในปีนี้มีโอกาสเติบโตสูงถึง20-30%ทีเดียว

นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล อุปนายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ประเมินภาพรวมตลาดบ้านมือสองในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลว่า มีจำนวนหน่วยสูงถึง 2.2 แสนยูนิต แบ่งเป็นบ้านมือสองที่อยู่ในโครงการจัดสรร 40% และอยู่นอกโครงการจัดสรรอีก 60% ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนมืออย่างคึกคักขึ้นแน่นอน

แหล่งข่าวในวงการตลาดบ้านมือสองกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาฯรอบใหม่ หากมีประกาศใช้ได้จริงตามที่คาดการณ์น่าจะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างตลาดบ้านใหม่กับบ้านมือสอง โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่สุดคือบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท แนวโน้มคาดว่าผู้ประกอบการทั้งสองตลาดจะต้องแข่งกันลอนช์แคมเปญออกมาแย่งกำลังซื้อที่มีอยู่ และเมื่อถึงตอนนั้นโอกาสจะกลับมาเป็นของผู้บริโภคอีกครั้ง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ