Loading

ผู้ประกอบการต้านกฎ EIA ใหม่ + รวมพลเข้าพบนายกฯสมัคร ยกเลิก/ผู้บริโภคผวาซื้อโครงการไม่ผ่านสิ่งแวดล้อ

วันที่ : 20 เมษายน 2551
ผู้ประกอบการต้านกฎ EIA ใหม่ + รวมพลเข้าพบนายกฯสมัคร ยกเลิก/ผู้บริโภคผวาซื้อโครงการไม่ผ่านสิ่งแวดล้อม

         สืบเนื่องจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ได้ ปิดช่องโหว่ผู้ประกอบการที่ชอบหลบเลี่ยง การทำรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ ด้วยการยกร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งและล้อมเรื่องการกำหนดประเภทและขนาดของอาคาร ที่ต้องจัดทำอีไอเอ ที่เข้มงวดมากขึ้น ใช้วิธีคำนวณจากพื้นที่ใช้สอยที่ 2,000 ตารางเมตร แทนการนับจำนวนหน่วยที่ 80 ห้อง เพียงอย่างเดียว และบ้านจัดสรร กำหนดไว้ที่ 250 แปลง หรือ 100 ไร่ จากเดิม 500 แปลง หรือ 100 ไร่นั้น

ต่อเรื่องนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมที่ดินเปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ"" ว่า ได้มีการหารือกันมานานแล้วเกี่ยวกับการอุดช่องโหว่ของโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดที่หลบเลี่ยงการทำอีไอเอ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการหาวิธีซิกแซ็กหลบเลี่ยงต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแห่ยื่นขออนุญาตจัดสรร การยื่นขอปลูกสร้างอาคารก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ในส่วนของ บ้านจัดสรร จะใช้วิธีปลูกสร้าง แบ่งแปลงที่ดินไม่ถึง 100 ไร่ หรือ ไม่ถึง 250 แปลง (กรณี กฎสวล.ใหม่) ทำให้ไม่ต้องปฏิบัติทำอีไอเอ ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมที่คำนวณตามพื้นที่นั้นมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้ ผู้ประกอบการหลบเลี่ยงยากและทุกโครงการ ควรจะให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ต้องเจาะจงเฉพาะโครงการใหญ่ เพราะทุกโครงการจะใช้วิธีสร้างไปรอสิ่งแวดล้อมไปและแก้แบบไป คนที่เสี่ยงที่สุดคือผู้บริโภค แต่ในมุมกลับกันคณะกรรมการสวล.ควรจะพิจารณาด้วยความรวดเร็ว มีกรอบระยะเวลาที่แน่นอน ไม่ใช่ใช้ดุลพินิจ เช่น มีผู้ประกอบการรายหนึ่งอ้างว่า คณะกรรมการได้ตีกลับ ไปแก้ไขใหม่ โดยระบุว่า กระจกทึบทำให้มีแสงส่องเข้ามาไม่ถึงทำให้เกิดเชื้อราในร่มผ้าได้ สำหรับคนอยู่อาศัยได้ ซึ่งจุดเล็กๆลักษณะนี้ไม่น่าจะนำมาเป็นเกณฑ์การพิจารณา หรือการทำหนังสือสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงว่า อาคารดังกล่าว เสียงดังหรือ มีฝุ่นละอองหรือไม่ เมื่อชาวบ้านตอบกลับว่าได้รับผลกระทบ ก็สั่งให้หยุดก่อสร้างเป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการเองก็รอไม่ได้ไม่เหมือนข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินที่มีระยะเวลาตายตัว

ด้านนายแพทย์สมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด(มหาชน)
กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากที่หลบเลี่ยงอีไอเอ เพราะ ต้องใช้เวลานาน ตั้งแต่ 6เดือน- 1ปีเศษ หรือนานกว่านั้น อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ากฎอีไอเอใหม่ จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการแน่นอน เพราะโครงการขนาดเล็กก็ได้รับผลกระทบหมด และ ส่งผลให้ราคาบ้านและคอนโดมิเนียมแพงขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการยอมรับกฎใหม่ที่จะออกมาบังคับใช้ สผ.และคณะกรรมการสวล.เองก็ต้อง วางกรอบใหม่และกำหนดระยะเวลาการพิจารณาให้รวดเร็วขึ้นไม่ใช่ใช้ดุลพินิจทำให้โครงการล่าช้าและมีต้นทุนเพิ่มตามมา

เช่นเดียวกับ นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ ประธานกรรมการบริษัท นิรันดร์เรสซิเด้นท์ จำกัด กล่าวว่า ทุกโครงการได้รับผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์หอพัก ทุกรายต้องทำอีไอเอหมด ซึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการ มีต้นทุนที่สูง และทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยากขึ้น และ อาจเข้าข่ายลักษณะรัฐการคุมกำเนิดที่อยู่อาศัยก็ว่าได้ เพราะ นอกจาก โครงการเล็กๆถูกผลักเข้าสิ่งแวดล้อมหมด ที่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแล้ว ทุกโครงการจะพบกับปัญหาล่าช้า ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนถึง 3ปีก็มี เพราะ ตราบใด อีไอเอไม่ผ่าน ก็ไม่สามารถยื่นขอปลูกสร้างอาคารได้ผู้ซื้อก็จะมีปัญหาตามมาว่าทำไมโครงการที่ซื้อไม่ก่อสร้างเสียที

และการพิจารณาอีไอเอจะมีปัญหาซ้ำซ้อนกับกฎหมายควบคุมอาคาร ทั้งการเว้นระยะถอยร่น ขยะ น้ำเสีย ความมั่นคงแข็งแรง การป้องกันอัคคีภัย ฯลฯ ซึ่งทางที่ดี ควรวางกรอบการพิจารณาอีไอเอให้ชัดเจนและมีระยะเวลาแน่นอนไม่เกิน 1เดือนเป็นต้น อย่างไรก็ดี กฎอีไอเอใหม่ที่จะออกมา จะหารือกันระหว่างผู้ประกอบการ ในสมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางยับยั้ง กฎดังกล่าวไม่ให้ออกมาบังคับใช้และ จะเสนอต่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกกฎระเบียบข้อบังคับของสผ.ต่อไป

ขณะที่ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการมักเลี่ยงซึ่งที่จริงแล้ว ทุกโครงการต้องทำอีไอเอ และไม่ควรพิจารณาที่จำนวนหน่วย เพราะ บ้าน 1หลัง อาจสร้างปัญหาให้กับคนส่วนรวมได้เช่นสร้างบนแหล่งต้นน้ำลำธารแล้วทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมเสียเป็นต้น

อนึ่ง สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ยกร่างประกาศกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องการกำหนดประเภทและขนาดของอาคาร ที่ต้องจัดทำอีไอเอ ได้แก่ 1. อาคารอยู่อาศัย อาคารบริการสาธารณะ อาทิ คอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ตเมนต์ โรงแรม โรงพยาบาล ที่มีจำนวนหน่วย ตั้งแต่ 80 ห้อง หรือ มีขนาดพื้นที่ ตั้งแต่2,000 ตารางเมตรขึ้นไป จากประกาศ เดิม 80 ห้อง 2. กรณี อาคารหลายหลัง มีเจตนาปลูกสร้างบนที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคำนวณแล้วมีพื้นที่ใช้สอยรวม กันได้ 10,000 ตารางเมตร และ 3. บ้านจัดสรร ที่มีจำนวนหน่วยตั้งแต่ 250 หน่วย หรือ 100ไร่ขึ้นไป จาก เดิม 500 แปลงหรือ 100 ไร่ ขึ้นไป ต้องอยู่ในข่ายจัดทำอีไอเอ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ