Loading

ขู่ฟัน วิศวกร ฮั้วเลี่ยงกฎหมาย ปูด 50 คอนโดผิดแบบโอนไม่ได้

วันที่ : 15 เมษายน 2551
ขู่ฟัน วิศวกร ฮั้วเลี่ยงกฎหมาย ปูด 50 คอนโดผิดแบบโอนไม่ได้

       จากกรณีที่เกิดขึ้นกับโครงการคอนโดมิเนียม ""เดอะ พัลซ์"" (The PULSE) พหลโยธิน 37 ของ บมจ.ปริญสิริ 2 อาคารที่ก่อสร้างผิดขั้นตอนการขออนุญาตกฎหมาย และขณะนี้ได้หยุดการก่อสร้างแล้ว ตามคำสั่งของสำนักการโยธา กทม. เนื่องจากก่อสร้างผิดแบบ เช่นเดียวกับโครงการ ""คอนโดวัน "" ทุกโครงการของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ที่สร้างอาคาร 9 ชั้น สูงเกิน 23 เมตร ผิดแบบ เนื่องจากเข้าข่ายเป็นอาคารสูงตามกฎหมาย(พ.ร.บ.)ควบคุมอาคารพ.ศ.2522

ที่ผ่านมาพลัสได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยการเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กทม.เพื่อหาทางออก แต่ปัญหาก็ยืดเยื้อถึงที่สุด บริษัทได้ตัดสินใจรื้อผนังและฝ้าชั้น 9 ออกปล่อยไว้เป็นพื้นที่เปล่า ไม่มีการใช้งานหรืออยู่อาศัย พร้อมซื้อคืนห้องชุด เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขใหม่รวม 14 อาคาร จาก 11 โครงการ ที่เปิดขายเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา

ต่อปัญหาดังกล่าว นายวิระ มาวิจักขณ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่ามีความผิดทั้งบริษัทเจ้าของโครงการ สถาปนิกผู้ออกแบบ และวิศวกรผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้เนื่องจากตามข้อกฎหมายควบคุมอาคาร การขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ จะดำเนินการก่อสร้างได้ ต้องได้รับการรับรองจาก ""วุฒิสถาปนิก และวุฒิวิศวกร"" ซึ่งจะต้องรู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องจรรยาบรรณ

ปัญหาดังกล่าว ผู้ที่เสียหายหรือทาง กทม.จะต้องร้องเรียนมายังสภาวิศวกร และเราก็พร้อมทำการตรวจสอบ ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ จะดำเนินการลงโทษรุนแรงถึงขั้นสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต

""เรื่องที่เกิดขึ้นกับคอนโดวัน และ The PULSE ยังไม่มีใครร้องเรียนเข้ามา แต่สภาวิศวกรไม่ได้อยู่เฉย ยังคงติดตามเรื่องนี้ และมีฝ่ายควบคุมหรือตรวจสอบจรรยาบรรณคอยดูแล"" นายวิระกล่าว พร้อมย้ำว่า วิศวกรถือเป็นวิชาชีพหนึ่ง ควรจะตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม ไม่ควรรู้เห็นเป็นใจกับเจ้าของโครงการ ผู้ประกอบการซึ่งหาพิสูจน์ได้ว่าผิดก็พร้อมจะพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที

คอนโด 50 ตึกสร้างเสร็จโอนไม่ได้ ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนเกี่ยวกับจรรยาบรรณมาตลอด จากสถิติที่ได้จากสภาวิศวกรเรื่องร้องเรียนจรรยาบรรณแต่ละสาขาวิศวกรรมตั้งแต่ปี 2544-ส.ค.2550 มี 168 เรื่อง โดยเป็นการร้องเรียนของสาขาโยธามากสุด 135 เรื่อง โดยปีที่ร้องเรียนมากสุดคือ ปี 2548 จำนวน 24 เรื่อง ปี 2549 จำนวน 21เรื่อง

แหล่งข่าวจากกองควบคุมอาคาร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงสถิติการขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารตั้งแต่ปี 2550-ก.พ.2551 มีทั้งสิ้น 1,824 อาคาร ในจำนวนอาคารที่ขออนุญาตก่อสร้างทั้งหมดมี 1,058 อาคาร ทำอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมาย และมี 766 อาคารที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ซึ่งแบ่งเป็น 1.ก่อสร้างไปแล้ว 152 อาคาร 2.มี 50 อาคารที่เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จ แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เนื่องจากก่อสร้างผิดแบบ ไม่ผ่านสิ่งแวดล้อม และ 3.ที่เหลือ 564 อาคาร ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้าง หรือไม่ก็ก่อสร้างไปเพียง 10-20%

ปัญหาซ้ำรอยทำง่ายขายเก็งกำไร
รศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เริ่มแค่ศึกษาแปลงที่ดิน ทำเลที่ตั้ง และราคา พอสถาปนิกร่างแบบ แล้วมีการคำนวณว่าโครงการเป็นไปได้ ผู้ประกอบการก็รีบซื้อหรือตกลงจะซื้อที่ดิน ให้สถาปนิกวาดแบบสวยงาม จ้างคนมาจัดงานเปิดโครงการแล้วขาย บางรายยอดจองที่ได้ 40-50% บางส่วนเป็นพนักงาน หรือไม่ก็เป็นกรรมการหรือผู้บริหารซื้อเอง กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นวิธีทดสอบตลาดตรวจยอดผู้ซื้อและรับเงินไว้เป็นทุนเล็กน้อย

หากตลาดตอบรับ สถาปนิกและวิศวกรจะยื่นขออนุญาตก่อสร้าง โดยอาศัยช่องทางลัด คือ มาตรา 39 ทวิ โดยแสดงจำนงจะก่อสร้างอาคารพักอาศัยรวมที่มีห้องชุดพักอาศัยไม่เกิน 80 หน่วย เพราะถ้าเกินจะต้องผ่านขบวนการจัดทำและพิจารณาเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน พอเริ่มตอกเสาเข็ม ก่อสร้างฐานราก ผู้ประกอบการจะประกาศนโยบายเงินดาวน์ต่ำ หรือไม่มีเงินมัดจำ ทำยอดขายให้ได้เกิน 50% เพื่อธนาคารจะได้อนุมัติเงินกู้ก่อสร้าง ช่วงระยะเวลาปีสองปีต่อมา ทุกฝ่ายต่างปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ ฝ่ายขายรับจองหรือรอขายไปเรื่อยๆ ผู้ซื้อหรือผู้จองติดต่อขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน บังเอิญว่าทุกวันนี้ กว่า 20-30% ผู้ขอสินเชื่อ มีประวัติเสียด้านเครดิตจึงไม่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารจำใจต้องทิ้งเงินจองหรือเงินดาวน์ไปในที่สุด

รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวด้วยว่า ด้านการก่อสร้าง เนื่องจากช่วงแรกก่อนเปิดโครงการ สถาปนิกและวิศวกรมีเวลาทำงานน้อย จึงมุ่งไปที่รูปแบบและความสวยงาม เพื่อเป็นเครื่องมือในการขาย ส่วนใหญ่จึงมีข้อผิดพลาด มีผลให้รูปแบบรายการไม่ครบถ้วน สร้างปัญหาระหว่างก่อสร้าง ต้องปรับแก้ใหม่หลายครั้ง จนรูปแบบผิดไปจากที่ประกาศขาย ในที่สุดกลายเป็นข้อโต้แย้งในศาลหรือร้องเรียนที่ สคบ.

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ