Loading

ไล่บี้2พันตึกเลี่ยงตรวจสอบ กทม.ลุยจับปรับ-ปิดใช้อาคา

วันที่ : 13 เมษายน 2551
ไล่บี้2พันตึกเลี่ยงตรวจสอบ กทม.ลุยจับปรับ-ปิดใช้อาคาร

            แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร เปิดเผย""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า ขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท ที่เปิดใช้งานแล้ว และเข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม  กฎกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้แก่ 1.อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป       2.อาคาร 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป 3. อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรหรือ มีจำนวนคนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4.โรงมหรสพ 5.โรงแรม 80 ห้องขึ้นไป 6 สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป 7.อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 8. โรงงานที่สูงมากกว่า 1 ชั้นและมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป 9.ป้ายที่สูงจากพื้นที่ดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไปหรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไปหรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีพื้นที่25ตารางเมตรขึ้นไป

อย่างไรก็ดี พบว่ามีอาคารไม่ต่ำกว่า 2,000 อาคาร จาก 5,000 อาคาร ที่เข้าข่ายหลบเลี่ยงไม่ ว่าจ้างผู้ชำนาญการ ตรวจสอบสภาพอาคาร และไม่ยื่นรายงานผลการตรวจสอบอาคารมายังกทม.ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบ ทั้งที่ กฎหมายมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ วันที่ 29 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา

เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่จึงผ่อนผันให้โดยไม่ใช้บทลงโทษในทันทีพร้อมทั้งแจ้งเตือนต่อเจ้าของ อาคารในเดือนแรก แต่กระทั่งบัดนี้ล่วงเลยมาเกือบ 4 เดือนแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีเจ้าของอาคารยื่นผลการตรวจสอบแต่อย่างใด ดังนั้น ในลำดับต่อไป จะใช้วิธีจับปรับดำเนินคดี ตามกฎหมาย ได้แก่ ปรับ 60,000 บาท และปรับรายวันจนกว่าจะส่งผลตรวจสอบ 10,000 บาท อีกทั้งจำคุก 3 เดือน และ ถึงขั้นออกคำสั่งระงับใช้อาคาร ซึ่งรายได้จากการจับปรับจะนำเข้ารัฐเพื่อใช้ในกิจการต่างๆต่อไป

ส่วนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ซึ่งรวมอยู่ในอาคาร 9 ประเภทด้วย มีหลายป้ายที่ก่อสร้างผิดแบบอีกทั้งไม่ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร ได้ถูกรื้อถอน ไปบ้างแล้ว กว่า300 ป้ายและอยู่ระหว่างดำเนินการไล่รื้ออีกกว่า 300-400 ป้าย ทำให้ปริมาณที่จะตรวจสอบลดลง แต่ทุกป้ายที่ถูกกฎหมายและอยู่ในข่ายก็ต้องยื่นผลการตรวจสอบตามกฎหมายด้วย


แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สาเหตุที่เจ้าของอาคารที่อยู่ในข่ายไม่ยอมดำเนินการตามกฎหมายเนื่องจากมักอ้างว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง และหลายรายไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และมั่นใจว่าโครงสร้างแข็งแรง ส่วนอีกกลุ่ม ที่ถือเป็นกลุ่มใหญ่และรวมตัวกันติด จะมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และอาศัยเสียงส่วนใหญ่กดดันภาครัฐ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ