Loading

อสังหาฯต่อยอด ลดภาษี/ค่าโอน ยื่น6ข้อแก้ผังเมืองแนวรถไฟฟ้า-สางปมเครดิตบูโ

วันที่ : 3 เมษายน 2551
อสังหาฯต่อยอด ลดภาษี/ค่าโอน ยื่น6ข้อแก้ผังเมืองแนวรถไฟฟ้า-สางปมเครดิตบูโร

                นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคม อาคารชุดไทย ในฐานะประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือในนามกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ในสภาหอการค้าฯ ต่อนายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ภาครัฐให้การสนับสนุนธุรกิจอสังหาฯ ในระยะยาวรวม 6 ข้อ หลังจากก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ โดยลดค่าโอน ค่าจดจำนอง และภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา

                ขณะที่ข้อเสนอที่ยื่นในนามกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ สภาหอการค้าฯ ส่วนใหญ่เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งจะทำให้ตลาดอสังหาฯ เติบโตแบบยั่งยืนได้ในอนาคต ประกอบด้วยมาตรการหลักๆ 6 มาตรการ ได้แก่               1.ขอให้รัฐจัดเก็บค่าจดทะเบียนนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาฯ (ค่าโอน) จากปัจจุบันจัดเก็บโดยอิงกับราคากลางประเมินทุนทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ เป็นจัดเก็บรายการละ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท เนื่องจากมองว่าการจดทะเบียนนิติกรรมอสังหาฯ ไม่ว่าจะมีมูลค่าต่ำหรือสูงมากน้อยเพียงใด เอกสารหลักฐานที่ยื่นเสนอให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ดินสาขาแต่ละแห่งพิจารณา ตลอดจนขั้นตอนในการดำเนินการไม่ได้แตกต่างกัน รัฐจึงน่าจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามจำนวนรายการ แทนที่จะจัดเก็บจากราคากลางประเมินทุนทรัพย์

                2.แก้ปัญหาเรื่องศูนย์ข้อมูลเครดิตบูโร จากปัจจุบันที่จะขึ้นบัญชีลูกค้าที่มีปัญหาหนี้เสียกับสถาบันการเงินเป็นระยะเวลา 3 ปี เป็นขึ้นบัญชีหนี้เสียเพียงแค่ 1 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่เคลียร์หนี้เรียบร้อยแล้วสามารถยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อบ้านได้

                 3.แก้ไขกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (กทม.) และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่

                4. ให้รัฐยกเว้นการจัดเก็บภาษีรายได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับการขายอสังหาฯ ที่ไม่มีกำไรจากการขาย (Capital Gain Tax)โดยให้จัดเก็บภาษีเฉพาะส่วนต่างราคาขายในกรณีที่มีกำไรเท่านั้น เช่น ซื้อบ้านพร้อมที่ดินมาในราคา 2 ล้านบาท จากนั้นขายไปในราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท หรือเท่ากับ 2 ล้านบาท ผู้ขายไม่ต้องเสียภาษีรายได้ หัก ณ ที่จ่าย จะต้องเสียภาษีก็ต่อเมือขายบ้านได้ในราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมา คือ มากกว่า2 ล้านบาท

                5.แก้ไขกฎหมายอสังหาฯ ประเภทให้เช่า โดยการขยายระยะเวลาการเช่าจาก 30 ปีเป็น 90 ปี และกำหนดเป็นโซนนิ่งตามจังหวัดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย พัทยา เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาฯ โดยให้คนไทยถือครองแทน (นอมินี) ซึ่งหากภาครัฐยืดระยะเวลาการถือครองอสังหาฯ โดยการเช่า ก็จะทำให้ผู้ซื้อต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น กล้าเข้ามาลงทุนมากขึ้น

                6.ให้รัฐบาลออกกฎหมายต่อใบอนุญาตอาคารสร้างค้างทั่วประเทศ เพื่อให้โครงการก่อสร้างค้างสามารถซื้อขาย เปลี่ยนมือให้กับนักลงทุนหรือผู้สนใจ เพื่อนำมาลงทุนต่อภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ขณะนั้นได้ แต่หากให้พัฒนาภายใต้โครงสร้างกฎหมายใหม่ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้นทุนจะในระดับสูง ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนไม่คุ้มค่า

                "เวลานี้อาคารสร้างค้างที่อยู่ในมือของสถาบันการเงินยังมีอีกมาก แต่หลังวิกฤตกฎหมายมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้ารัฐบาลยังบังคับให้ผู้ประกอบการดำเนินภายใต้กฎหมายใหม่ เกรงว่าโครงการเหล่านั้นจะไปไม่รอด หรือไม่มีผู้สนใจซื้อไปพัฒนาต่อ"

                นายอธิปกล่าวว่าข้อเสนอทั้งหมดนี้ตนในฐานะประธานกลุ่มอสังหาฯ ของสภาหอการค้าฯได้ยื่นให้กับภาครัฐพร้อมๆ กับข้อเสนอของภาคธุรกิจ ส่วนรัฐบาลจะหยิบยกประเด็นที่เสนอไปข้อใดมาพิจารณาคงต้องรออีกระยะหนึ่ง และคงไม่ไปเร่งรัดเพียงแต่คิดว่าได้เสนอไปตามหน้าที่แล้ว

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ