Loading

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พุ่งรับรัฐบาล หมั

วันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2551
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พุ่งรับรัฐบาล หมัก

          นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน ม.ค.51 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 620 ตัวอย่าง ครอบคลุม 35 กลุ่มว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 86.0 จาก 79.8 ในเดือน ธ.ค.50 โดยได้รับผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับตลาดต่างประเทศแม้เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงมากจนส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 1.25% ในเดือน ม.ค.51 แต่ตลาดยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอาเซียนยังคงขยายตัวดีอยู่

 

ทั้งนี้ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า เท่ากับ 102.6 ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ ณ เดือน ธ.ค.50 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในนโยบายและมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ และทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีความชัดเจน นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่าคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศและให้ความสำคัญกับนโยบายเปิดตลาดใหม่มากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมจำแนกตามขนาดอุตสาหกรรม พบว่าอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยได้รับผลจากยอดสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมที่เพิ่มขึ้น และผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสินค้า ส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่งออกมีการปรับตัวสูงขึ้น

 

นอกจากนั้น สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ณ เดือน ม.ค.51 พบว่า ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการกังวลมากที่สุด รองลงมาเป็นภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ (ซับไพร์ม) ของสหรัฐ  ตามด้วยปัจจัยการเมืองในประเทศ การแข็งค่าของเงินบาท และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามลำดับ แต่ความกังวลในปัจจัยต่าง ๆ ของผู้ประกอบการมีแนวโน้มลดลงในอีก 3 เดือนข้างหน้า ส่วนข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการต่อภาครัฐ เห็นว่า รัฐควรกำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการลงทุน เป็นต้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ