Loading

รัฐบาลตีฟองสบู่ ที่ดินทั่วปท. ลุยลงทุนขนส่ง-ท่องเที่ย

วันที่ : 11 กุมภาพันธ์ 2551
รัฐบาลตีฟองสบู่ ที่ดินทั่วปท. ลุยลงทุนขนส่ง-ท่องเที่ยว

                  นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมจะขับ เคลื่อนเศรษฐกิจในเมืองและจังหวัดภูมิภาคปี 2551 ด้วย 4 นโยบายหลัก ได้แก่ นโยบาย 1 แผนงานแก้ปัญหาจราจรและขนส่งสาธารณะในเมือง ตั้งเป้าขยายการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า 9 สาย ภายในปี 2556 โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนจะครอบคลุมพื้นที่กว่า 222 กิโลเมตร (จากปัจจุบันมี 44 กิโลเมตร กำลังก่อสร้าง 41 กิโลเมตร และก่อสร้างใหม่137กิโลเมตร)

แยกเป็น 1)โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนิน ก่อสร้างจะสานต่อให้แล้วเสร็จ 4 เส้นทางของรถไฟฟ้าบีทีเอส สายตากสิน-บางหว้า สายอ่อนนุช-แบริ่ง และแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน-สุวรรณภูมิ 2)โครงการที่จะผลักดันต่อเนื่อง อยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บางซื่อ-ตลิ่งชัน บางซื่อ-รังสิต และรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) สายสีม่วง และสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 3)โครงการริเริ่มเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มเติมในพื้นที่กลางเมืองซึ่งมีการสัญจรหนาแน่นมาก 2 โซน ลาดพร้าว ราชดำเนิน และพื้นที่ชุมชนสำคัญ 3 โซน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บางกะปิ สำโรง

นโยบายแก้ปัญหาจราจรและขนส่งสาธารณะโดยการขยายเครือข่ายบริการรถไฟฟ้าครบวงจรนั้น รัฐบาลชุดนี้มีเป้าหมายจะรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่ม5เท่าให้ได้20%จากใช้อยู่4%

ขณะเดียวกันจะพัฒนาสถานีกลางให้มีความทันสมัยเชื่อมต่อรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง รถไฟทางไกลแห่งใหม่ 2 สถานีหลัก คือ สถานีบางซื่อ และสถานีมักกะสัน (แอร์พอร์ตลิงก์) ซึ่งจะก่อให้เกิดกิจกรรมเชิงพาณิชย์เป็นศูนย์ธุรกิจใหม่ช่วยลดภาระหนี้รัฐวิสาหกิจร.ฟ.ท.แบกภาระน้อยลง

รวมทั้งจะปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯ จัดทำระบบตั๋วโดยสารใบเดียวเดินทางด้วยกันได้ และจะพิจารณาแจกสิทธิพิเศษแก่ผู้ใช้บริการบางกลุ่มเช่นนักเรียนผู้สูงอายุ

นโยบาย 2 ส่งเสริมและแก้ไขปัญหากระบวนทางโลจิสติกส์เพื่อต้นทุนการขนส่งจากราคาน้ำมันสูงมาก รัฐบาลนี้ตั้งเป้าจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้เหลือเพียง 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากปัจจุบัน 16% ของจีดีพี ทำแผนคู่ขนานไปกับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งทางรางเพิ่มเป็น 10% จากปัจจุบันขนส่งทางรางเพียง 2% เท่านั้น

นโยบาย 3 ส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (model shift) จัดรูปแบบการบริหารยุคใหม่เปิดเมกะโปรเจ็กต์รถไฟรางคู่ทั่วประเทศเชื่อมโยงกับท่าเรือและแหล่งผลิตสินค้าศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่าคกลาง คือแหลมฉบัง โดยภาพรวมจะเพิ่มระยะทางการจัดทำรถไฟรางคู่ให้สำเร็จภายใน 6 ปีนี้ มูลค่าการลงทุน 80,000 ล้านบาท ขยายเส้นทางหลัก 836 กิโลเมตร (ปัจจุบันทั่วประเทศ ร.ฟ.ท.มีรางรถไฟยาว 256 กิโลเมตร)

ประกอบด้วย ระยะทางยาวที่สุดคือ สายใต้ 336 ก.ม. นครปฐม-สงขลา (บ้านต้นโดน-ปาดัง เบซาร์) รองลงมา สายเหนือ ลพบุรี-เชียงใหม่ 148 ก.ม. และสั้นที่สุด สายตะวันออกเฉียงเหนือ 78 ก.ม. มาบกะเบา-ปากช่อง-ขอนแก่น

แนวทางและวิธีการมีความเป็นไปได้ที่ส่งเสริมให้เอกชนเช่ารางนำรถมาวิ่งบนรางของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินทำหน้าที่เก็บค่าเช่ามีเงื่อนไขสัญญาสร้างผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน

นโยบาย 4 ส่งเสริมการเพิ่มโครงข่ายคมนาคมเพิ่มความเจริญ โดยเปิดการลงทุนอีกประเภททำรถไฟความเร็วระดับกลาง medium speed train วิ่งด้วยความเร็ว 150 ก.ม./ชั่วโมง บริการ นักท่องเที่ยวทางรถไฟ เชื่อมการเดินทางไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯถึงเมืองหลักตามภูมิภาคที่ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟ 2-3 ชั่วโมง จะนำร่อง 4 จังหวัด นครราชสีมา นครสวรรค์ หัวหิน ระยอง

เรียกสนข.ปรับเส้นทาง
ส่วนสายอื่นๆ ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผน การขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษารายละเอียดเทียบเคียงอยู่ เพื่อให้ทั้ง 9 สายของรัฐบาลใหม่สอดคล้องกับแผนแม่บท ตามแนวเส้นทาง บางโครงการนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คงมีการปรับแนวเล็กน้อย เพื่อต่อเชื่อมส่วนหัวส่วนท้ายในทำเลนอกเมือง นอกจากนี้จะทำประชาพิจารณ์และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดลล้อม(EIA)ด้วย

สำหรับรูปแบบการลงทุนจะยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยรัฐลงทุนงานโยธา และให้เอกชนลงทุนระบบรถไฟฟ้า ในลักษณะสัมปทานและมีแนวคิดจะซื้อหุ้นบีทีเอสเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีแผนพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์ก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (Thailand""s Riviera) เปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมต่อแนวชายหาดจากกรุงเทพฯไปยัง 4 จังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร คาดว่าจะประกาศขายแบบได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังจากที่ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เห็นชอบเอกสารประกวดราคา และเมื่อเร็วๆ นี้สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แจ้งมาว่า เจบิกจะเซ็นสัญญาเงินกู้ของสายสีม่วง10,000ล้านบาทในเดือนมีนาคม ส่วนการเวนคืนที่ดินได้เริ่มทยอยจ่ายค่าชดเชยที่ประเมินเสร็จไปแล้ว

ตีปีกรับข่าวดี
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ตามแผนรัฐบาลใหม่จะลงทุนรถไฟฟ้าใหม่ 9 สาย ถือเป็นข่าวดี โดย 5 สายทางจะเชื่อมต่อถึงชานเมืองดังนั้นโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์จะเกิดมากขึ้น

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอป เม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าแม้จะส่งผลดีกับธุรกิจอสังหาฯ แต่คงไม่ได้เกิดขึ้นทันที จะมีผลก็ต่อเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ส่วนการเก็งกำไรที่ดินอาจมีบ้างเป็นจุดๆ เจ้าของที่อาจเฮโลขึ้นราคา แต่ไม่ถึงขั้นเหมือน 10 ปีก่อน เพราะแบงก์เข้มงวดเรื่องปล่อยสินเชื่อมาก ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อโครงการ

ยักษ์อสังหาฯปักธงรอ
ผู้สื่อข่าว ""ประชาชาติธุรกิจ"" รายงานว่า จากการสำรวจพบว่าที่ดินในทำเลชานเมืองทั้งโซนตะวันออก ตะวันตก เหนือ และใต้ ปัจจุบันอยู่ในมือของผู้ประกอบการอสังหาฯและกลุ่มทุนรายใหญ่ อาทิ โซนตะวันออกแถบบางกะปิ รามคำแหง เกษตร-นวมินทร์ สุวรรณภูมิ ลาดกระบัง สมุทรปราการ ได้แก่ กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กลุ่มกฤษดามหานคร ตระกูลเจียรวนนท์ กลุ่มชาญอิสสระ เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ กลุ่มนัมเบอร์วัน ตระกูลเรืองกฤตยากลุ่มแพทโก้แลนด์

โซนตะวันออกแถบรัตนาธิเบศร์ พระรามที่ 5 ราชพฤกษ์ บางบัวทอง บางใหญ่ ฯลฯ กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กลุ่มบิ๊ก เรียลเอสเตท หรือบางใหญ่เรียลเอสเตทเดิม นอกนั้นยังอยู่ในมือผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ อาทิ เอสซี แอสเสท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ศุภาลัย ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ พฤกษา เรียลเอสเตท แสนสิริ โฮมเพลส ดีเวลลอปเมนท์ โกลเด้นแลนด์ สัมมากร เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ปริญสิริ มั่นคงเคหะการ ซื่อตรงกรุ๊ปฯลฯ

โซนเหนือแถบลาดพร้าว รังสิต ลำลูกกา สะพานใหม่ ที่อยู่ในมือของผู้ประกอบการอสังหาฯ อาทิ พฤกษา เรียลเอสเตท วังทองกรุ๊ป เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ซื่อตรงกรุ๊ป สัมมากร ฯลฯ โซนใต้ ย่านฝั่งธนฯ บางแค พระรามที่ 2 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่มีที่ดินอยู่ในมือ และที่เข้าไปซื้อที่ดินพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เจาะตลาดจำนวนมาก และมีการพัฒนาคอนโดฯรับรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายด้วย อาทิ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กานดา เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พฤกษา เรียลเอสเตท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ปริญสิริ

นักพัฒนาที่ดินอีกรายหนึ่งให้ความเห็นว่า นโยบายเร่งสร้างรถไฟฟ้าของรัฐบาลใหม่ถือเป็นดาบสองคม ด้านดีคือทำให้ภาวะการลงทุนกระเตื้อง ถ้าทำสำเร็จคุณภาพชีวิตคนไทยก็ดีขึ้น แต่ด้านเสียคือยังไม่ทันไรที่ดินก็ถูกปั่นราคาไปแล้วโดยปริยาย โดยเฉพาะทำเลชานเมือง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ