Loading

ราคาประเมินกับทำเลทอง

วันที่ : 4 กุมภาพันธ์ 2551
ราคาประเมินกับทำเลทอง

         ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน เริ่มต้นด้วยหน้าที่ของราคาประเมินที่สำหรับใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี ค่าธรรมเนียมสำหรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม โดยราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี 2551-2554 พยายามใช้วิธีการเปรียบเทียบราคาตลาดซึ่งเป็นวิธีเดียวกับเอกชนทำอยู่ ด้วยบุคลากรที่มีอยู่จำกัด ราคาประเมินจึงยังไม่สะท้อนราคาตลาดได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

สำหรับไฮไลต์ของราคาประเมินรอบใหม่ โดยเฉลี่ยทั่วประเทศมีอัตราเพิ่มขึ้น 26.9% แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตกใจ เนื่องจากเป็นราคาที่เปรียบเทียบกับราคาประเมินเก่าที่ต่ำกว่าราคาตลาด พอมีการประเมินใหม่ทำให้ราคาที่ดินแปลงนั้นๆเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้นเพียง 5.76% ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นน้อยเพราะไม่มีการประเมินราคาที่ดินใหม่ราคาจึงไม่เปลี่ยน เพราะกรมเพิ่มปรับประเมินราคาที่ดินระหว่างรอบในกรุงเทพฯไปเมื่อปี 2549-2550 นี่เอง

คาดว่าจะมีการประเมินราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ระหว่างรอบอีกครั้งภายในปี 2551 และจะประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2552-2553ซึ่งจะทำให้ราคาที่ดินในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับราคาประเมินที่ดินใหม่ในเขตกรุงเทพฯ พื้นที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ในพื้นที่บางเขนและสายไหมเพิ่มขึ้น 34.9% เนื่องจากมีการตัดถนนเส้นใหม่ พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น เขตสาทร บางรัก ยานนาวา ปทุมวัน เพิ่มขึ้น 33.50% เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด และพื้นที่ในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ เพิ่ม 15.95%

ส่วนในจังหวัดปริมณฑลที่ จ.สมุทรปราการ ราคาเพิ่มขึ้น 23.96% เป็นผลมาจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิทำให้พื้นที่รอบๆ ยกเว้นแนวร่องเสียงได้รับผลประโยชน์อย่างมาก ประกอบกับนักลงทุนญี่ปุ่นมีแผนที่จะพัฒนาบ้านเช่าแบบลองสเตย์บริเวณสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับแรงงานชาวญี่ปุ่นที่จะเข้ามาทำงานที่            นิคมอุตาสาหกรรมระยอง

สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินในต่างจังหวัดที่เพิ่มมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เพิ่มขึ้น 366.42% เนื่องจากมีการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน จ.ภูเก็ต เพิ่มขึ้น 118.25% เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทีได้รับความนิยมและไม่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ จ.อุดรธานี เพิ่มขึ้น 55.74% จ.เลย เพิ่มขึ้น 47.67% ทั้ง 2 จังหวัดมีราคาประเมินที่ดินสูงขึ้น เพราะการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนและ จ.ตราด เพิ่มขึ้น43.07%จากปัจจัยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ส่วนจังหวัดที่ราคาประเมินที่เดินเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด คือ สิงห์บุรี เพิ่มขึ้น 0.87% และแพร่ เพิ่มขึ้น 0.98% ส่วน 3 จังหวัดที่ยืนราคาประเมินเดิม คือ สงขลา ยะลาและปัตตานี แต่ จ.พะเยา มีราคาลดลง 0.17% เนื่องจากไม่มี
การพัฒนาเชิงพานิชยกรรม ภายในจังหวัดเลยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ