Loading

ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 5 ปี สู่ความเข้มแข็งแบบยั่งยื

วันที่ : 29 มกราคม 2551
ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 5 ปี สู่ความเข้มแข็งแบบยั่งยืน

          สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คลอดแผน ยุทธศาสตร์ 5 ปี กำหนดทิศทางการพัฒนา เน้นสร้างความ เข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถ ของบุคลากร ให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนา ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

          ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งผลักดันโครงการที่สำคัญ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับภาคอุตสาหกรรม

          สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สันติ วิลาสศักดานนท์ ประธาน ส.อ.ท. ยกทีมไปจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประจำปี 2551-2554 ที่ จ.ชลบุรี เพื่อกำหนดทิศทาง และวิสัยทัศน์ในเบื้องต้นออกมา ภายใต้แนวคิด เป็นแกนกลางเสริมสร้างความเข้มแข็ง และผลิตภาพอุตสาหกรรมไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

          พันธกิจที่สำคัญคือ 1.เสริมสร้างศักยภาพ หาลู่ทางสร้างโอกาสให้ทุกอุตสาหกรรมของประเทศสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค และสากล 2.รณรงค์และส่งเสริมให้มีการประกอบอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม 3.ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล เพื่อช่วยยกระดับผลิตภาพของอุตสาหกรรมไทย

          4.เป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมในการเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ พลังงาน และน้ำ ให้เป็นนโยบายของรัฐบาล และให้ความร่วมมือประสานงานกับภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมของชาติ 5.พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือของสมาชิกทุกระดับ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ และความสมานฉันท์ ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง

          จากพันธกิจแปลงเป็นภารกิจ กำหนดเป็นโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ แบ่งการดำเนินการเป็นระยะสั้น 6 เดือน ระยะปานกลาง 6 เดือน จนถึง 5 ปี และระยะยาว 5 ปีขึ้นไป โดยแต่ละโครงการมีทั้งที่ ส.อ.ท.ดำเนินการเอง ส.อ.ท.ร่วมมือกับรัฐ หรือองค์กรอื่นๆ และโครงการที่ขอให้รัฐเป็นผู้ทำ

          โครงการที่ ส.อ.ท.ดำเนินการเอง จะเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการ การให้ความรู้เกี่ยวกับกติกาสากลต่อการแข่งขันในภาคธุรกิจ ตลอดจนการช่วยเหลือโครงการสนับสนุนด้านวิจัย และพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม

          โครงการที่ ส.อ.ท.ดำเนินการร่วมกับรัฐ หรือองค์กรอื่นๆ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว จะมุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ให้คำปรึกษาเฉพาะด้านที่สำคัญแก่ ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) เช่น ความรู้เรื่องโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน สนับสนุนการวิจัย และพัฒนาในด้านต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงฝ่ายบริหาร

          นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างโอกาสในการร่วมทุนด้านการผลิตของไทยกับวัตถุดิบของจีน และประเทศอื่นๆ ส่งเสริมการตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศมากขึ้น มีแผนประสานความร่วมมือเพื่อ ให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันมากขึ้น รวมทั้งจัดตั้งสถาบัน SMI เพื่อประสาน สนับสนุน เชื่อมโยงการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคการผลิต ร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดทำโครงการที่ปรึกษาอุตสาหกรรม ยกระดับทักษะความสามารถและต่อยอดธุรกิจ และบริการด้านการเงินครบวงจรเป็นพิเศษ

          ไฮไลต์ของแผนยุทธศาสตร์ภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่โครงการ ที่ ส.อ.ท.ต้องการให้ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการในระยะ 6 เดือน-5 ปี ได้แก่ 1.แก้ไขปรับปรุงประเด็นปัญหาของกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคให้ทันสมัย และเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรม โดยบูรณาการในรูปแบบ One Stop Service 2.จัดทำระบบ ฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น พื้นที่เพื่อการเพาะปลูก และปริมาณสวนผลไม้ของประเทศ

          3.ให้รัฐสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วน และผลิตน้ำให้แก่ผู้ประกอบการในเขตวิกฤตน้ำ บาดาลให้เหมาะสมกับความต้องการของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท 5.ผลักดันท่าทีการเจรจาการค้าเสรีให้สอดคล้องกับ ความต้องการของสมาชิก

          6.สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ให้ความสำคัญในสาขาการออกแบบ 7.จัดตั้งกองทุนพัฒนาบุคลากร กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรม กองทุนพัฒนาเทคโนโลยี และกองทุนเพื่อการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรม 8.เร่งรัดโครงการรถไฟ และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 5 สาย

          สำหรับโครงการระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ที่ต้องการให้รัฐทำ คือ 1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานข้อมูล และทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ในรูปแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

          2.สนับสนุนให้มีนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และสอดคล้อง ทั้งด้านไฟฟ้า น้ำ และระบบขนส่ง

          3.เร่งรัดพัฒนาพื้นที่ใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมภาคการ ผลิตและภาคบริการ โดยคำนึงถึงความเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ Southern Seaboard

          4.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ และระบบขนส่งอัจฉริยะ

          5.ผลักดันการใช้พลังงานทดแทนจากวัตถุดิบทางการเกษตรสำหรับการขนส่ง เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก

          6.ส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมตามแนวชายแดน

          7.พัฒนาโครงสร้างคมนาคมขนส่งในประเทศให้เชื่อมโยงอย่างบูรณาการ ทั้งทางถนน ทางราง ทางอากาศ ทางแม่น้ำ และชายฝั่งทะเล

          8.จัดตั้งศูนย์รวบรวม และกระจายสินค้าตามยุทธศาสตร์บริเวณที่เป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

          9.จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์แห่งชาติ

          ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เหล่านี้จะนำไปขัดเกลาและเพิ่มเติมรายละเอียดที่ชัดเจน ก่อนส่งถึงมือรัฐบาลชุดใหญ่โดยเร็วที่สุด เพราะการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถรอเวลาได้ ภารกิจที่เร่งด่วนซึ่งได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่า ให้เร่งสร้างความเชื่อมั่น และดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาท ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยลดอุปสรรคในการเติบโตที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยได้.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ