Loading

กคช.ชงรัฐบาลใหม่ฟื้นบ้านเอื้ออาทร ขอชดเชยเพิ่มเป็นยูนิตละ1.2แสน ช่วยลดภาระผ่อนค่างวดลูกบ้า

วันที่ : 28 มกราคม 2551
กคช.ชงรัฐบาลใหม่ฟื้นบ้านเอื้ออาทร ขอชดเชยเพิ่มเป็นยูนิตละ1.2แสน ช่วยลดภาระผ่อนค่างวดลูกบ้าน

           แหล่งข่าวจากการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กคช.อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาหรือทำแผนพลิกฟื้นกู้ชีพโครงการบ้านเอื้ออาทร ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ที่สั่งการให้ กคช.ไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการอุดหนุนเรื่องดอกเบี้ย โดยทาง กคช.ได้ให้บริษัทที่ปรึกษาเป็นผู้ดำเนินการศึกษา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเรียกว่าการพลิกฟื้นโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งเดิม กคช.ตั้งใจที่ศึกษาให้เสร็จและนำเสนอให้ทันรัฐบาลชุดนี้ แต่ปรากฏว่าไม่ทัน จึงต้องนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการศึกษาเบื้องต้นของที่ปรึกษา คาดว่าจะต้องขอให้รัฐบาลอุดหนุนโครงการบ้านเอื้ออาทรเพิ่มอีกยูนิตละ 30,000 บาท จากเดิมที่รัฐอุดหนุนอยู่แล้วประมาณ 90,000 บาทต่อยูนิต เนื่องจากมีปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยจากหนี้สินของโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ปัจจุบัน กคช.ต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณวันละ 1.5 ล้านบาท หรือประมาณ 1,500 บาทต่อยูนิต โดยคาดว่าจะใช้วงเงินปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3-4 ปี หรือใช้เงินโดยรวมอีก 7,000-8,000 ล้านบาท จากจำนวนยูนิตที่จะต้องดำเนินการพัฒนาต่ออีก 222,504 ยูนิต จากที่ล่าสุด ครม.ได้อนุมัติให้ กคช.พัฒนาบ้านเอื้ออาทรเพียง 300,504 ยูนิต จากเดิมที่ต้องพัฒนา 600,000 ยูนิต ซึ่งล่าสุด กคช.ได้สร้างเสร็จและส่งมอบไปแล้วประมาณ 78,000 ยูนิต ทำให้จำนวนยูนิตที่ต้องก่อสร้างต่อต้องขอเงินชดเชยเพิ่ม

แหล่งข่าวกล่าวว่า หาก ครม.อนุมัติก็จะทำให้รัฐต้องใช้เงินอุดหนุนโครงการบ้านเอื้ออาทรประมาณ 120,000 บาทต่อยูนิต อย่างไรก็ตาม หากทางรัฐบาลไม่อนุมัติ กคช.ก็คงจะต้องขอปรับขึ้นราคาบ้านอีก 30,000 บาทต่อยูนิต ซึ่งจะส่งผลให้ราคาบ้านเอื้ออาทรมาอยู่ที่ 420,000 บาทต่อยูนิต จากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 390,000 บาทต่อยูนิต

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ จะขอให้ ครม.ช่วยเหลือด้านภาระดอกเบี้ยให้กับผู้กู้ในโครงการบ้านเอื้ออาทร ในส่วนเกินที่ลูกค้าไม่สามารถชำระได้ หรือหากไม่สามารถทำได้ก็ขอให้ช่วยหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกบ้านโครงการบ้านเอื้ออาทรด้วย เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 6% จากเดิมอยู่ที่ 4% เท่านั้น ส่งผลให้ลูกค้าต้องจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้นจากเดิมที่จ่ายเพียงเดือนละประมาณ 1,500 บาทต่อเดือนเท่านั้น แต่ปัจจุบันต้องจ่ายประมาณ 2,400 บาทต่อเดือน ซึ่งจะกระทบกับรายได้ของลูกค้ากลุ่มนี้ นอกจากนี้อยากให้มีการปรับโครงการบ้านเอื้ออาทรเข้าสู่บัญชีพีเอสโอหรือบัญชีเพื่อสังคมเหมือนโครงการอื่นๆ

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับจำนวนยูนิตที่ต้องซื้อคืนจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ตามสัญญาที่ในระยะ 5 ปีแรก หากเป็นเอ็นพีแอล กคช.ต้องซื้อคืนนั้น ปัจจุบันมีการซื้อคืนประมาณ 4-5% ของจำนวนยูนิตที่ผ่อนชำระ โดยล่าสุด กคช.ได้รับวงเงินในการซื้อคืนเพิ่มเป็น 780 ล้านบาท จากในอดีตที่มีวงเงินรับซื้อคืนเพียง 300 ล้านบาท

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ