Loading

ยักษ์อสังหาฮุบทำเลทองสนง.ทรัพย์สินฯ

วันที่ : 21 ธันวาคม 2550
ยักษ์อสังหาฮุบทำเลทองสนง.ทรัพย์สินฯ

                   ในยุคที่มูลค่าที่ดินทำเลไพร์มแอเรีย มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยพื้นที่พื้นงามนั้นหายาก ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่จัดได้ว่ามีทำเลงามในหลายมุมของกรุงเทพฯ ต่างตกเป็นเป้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ

ปัจจุบันพื้นที่ 5 แปลง ได้แก่ บางกอกบาซาร์-สวนลุมไนท์บาซาร์-คลองถม-สะพานปลากรุงเทพฯ-เจริญกรุง64 ถูกเรียกคืนกรรมสิทธิ์การเช่าและนำไปให้ผู้เช่ารายใหม่พัฒนาโดยมีกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ 3 รายคว้าชิ้นปลามันไปครอบครอง

บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด(มหาชน)
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ เป็นผู้ชนะการประมูลเข้าพัฒนาพื้นที่เป็นระยะเวลา 30 ปี บริเวณโรงเรียนเตรียมทหารเดิมหรือสวนลุมไนท์บาซาร์ พื้นที่ 40 ไร่ จากที่ดินรวม 120 ไร่ โดยสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้แบ่งพื้นที่สำหรับการพัฒนาออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกจัดสรรให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ เพื่อพัฒนาโครงการครอบคลุมพื้นที่ 40 ไร่ ส่วนที่สองจัดเตรียมไว้เพื่อเป็นสถานฑูต และส่วนสุดท้ายสงวนไว้เพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต โดยโครงการจะผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน , ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์เผยว่า มีความเป็นไปได้ว่า พื้นที่บริเวณบางกอกบาซาร์ เมื่อเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาน จะได้รับการชูมือให้เป็นผู้ได้สทธิ์ในการพัฒนาที่ดิน เนื่องจากพื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบริษัท เซ็นทรัลฯ ได้สิทธิ์ในการเช่าพื้นที่และเมื่อมองศักยภาพพื้นที่ฝั่งตรงข้ามคือ บางกอกบาซาร์จัดเป็นพื้นที่ทำเลทอง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ไม่ปล่อยให้หลุดมืออย่างแน่นอนเพราะสามารถก่อสร้างเป็นคอนโดฯ โรงแรม เซอร์วสอพาร์ตเมนต์หรืออฟฟิศสำนักงานให้เช่า โดยทำทางเชื่อมต่อลอยฟ้ามายังฝั่งตรงข้ามได้อย่างสบาย

เมื่อสำนักงานทรัพย์สินฯ ยังเจรจากับบริษัท พี.คอน.ฯ คืนที่สวนลุมไนท์บาซาร์ไม่ได้ ดังนั้นทางออกจึงอยู่ที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ได้พื้นที่บางกอกบาซาร์ไปแทนและสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็ต่อสู้ทางคดีกับบริษัท พี.คอน.ฯ ต่อไป ที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเพียงใด

ที่ดินแปลงดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นที่ดินไพร์มแอเรียล ซึ่งหาแทบไม่ได้อีกแล้วในเขตซีบีดี ยิ่งเมื่อรวมพื้นที่ที่กลุ่มเซ็นทรัลฯ ได้คือ เซ็นทรัลเวิลด์เชื่อต่อกับบางกอกบาซาร์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามติดห้างบิ๊กซีที่มีพื้นที่ทะลุถึงถนนชิดลม ทำทางเชื่อมเข้าห้างเซ็นทรัลชิดลมและต่อเชื่อมเข้ากับที่ดินบริเวณสถานฑูตอังกฤษศักยภาพทั้งหมดทำให้กลุ่มเซ็นทรัลฯ ถือครองที่ดินแปลงมหึมาที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรและพร้อมที่จะเป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่มีรูปแบบการพัฒนาแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเลยทีเดียว

บริษัทแลนด์มาร์คดีเวลล็อปเม้นท์จำกัด
บนทำเลทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง ปัจจุบันพื้นที่มีความเจริญมาก อยู่ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสตากสิน บริษัท แลนด์มารค์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ของกลุ่มเตชะอุบล ได้เซ็นสัญญาเบื้องต้นเมื่อเดือน ธ.ค. 48 กับสำนักงานทรัพย์สินฯ เช่าที่ดินบริเวณสะพานปลากรุงเทพฯ และซอยเจริญกรุง 64 พื้นที่ 35 ไร่ เป็นเวลา 25 ปี ก่อสร้างเป็นโรงแรมหรู 5 ดาว มีโครงการที่พักอาศัย เซอร์วิสอพาร์เมนต์ ศูนย์การค้ามูลค่ากว่าหมื่นล้าน โดยมีการเซ็นสัญญาเบื้องต้นไปเมื่อเดือน ธ.ค.48 และสำนักงานทรัพย์สินฯจะจ่ายค่าชดเชยให้องค์การสะพานปลาอย่างต่ำ 10 ล้าน

บริษัท แลนด์มาร์คฯ จดทะเบียนเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 21 ก.ย.48 และเมื่อองค์การสะพานปลาลงนามสัญญาเช่าที่ดินแปลงนี้อีก 1 ต.ค.48-30 ก.ย.50 เรียบร้อยคล้อยหลังไม่กี่วันสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ไปลงนามเอ็มโอยูกับบริษัท แลนด์มาร์คฯ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.48 และวันที่ 7 ธ.ค.48 ตามลำดับ พร้อมเซ็นหนังสือสัญญาเช่าที่ดินเมื่อเดือนมี.ค.49 มีสัญญาเช่า 25 ปี ผลตอบแทนให้สำนักงานทรัพย์สินฯ 400 ล้านบาท ไม่รวมค่าเช่ารายปีทุกปีอีกตลอดสัญญาการเช่า โดยระยะที่ 1 ปีที่ 1 ถึงปีที่ 8 อัตราค่าเช่าเดือนละ 958,976 บาท ระยะที่ 2 ปีที่ 9 ถึงปีที่ 15 อัตราค่าเช่าเดือนละ 1,102,624 บาท ระยะที่ 3 ปีที่ 16 ถึงปีที่ 20 อัตราค่าเช่าเดือนละ 1,268,247 บาท ระยะที่ 4 ปีที่ 21 ถึงปีที่ 25อัตราค่าเช่าเดือนละ1,458,484บาท

บริษัทไทรทองพร็อพเพอร์ตี้จำกัด
ชุมชนคลองถม แหล่งเศรษฐกิจการค้าขนาดใหญ่ ที่มีการค้าขายอย่างยาวนานกว่า 30 ปี และมีเม็ดเงินทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เป็นพื้นที่ที่เกิดแรงเสียดทาน และแรงต้านตัวกลางที่ได้รับสัมปทานเข้ามาจัดการพื้นที่แทนสำนักงานทรัพย์สินฯ พื้นที่ดังกล่าวมีผู้เช่าเดิมอยู่ในชุมชนกว่า 170 คูหา และสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มอบให้บริษัท ไทรทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับสิทธิการเช่าพื้นที่ 11 ไร่ แต่เพียงผู้เดียวเป็นเวลา 30 ปี บริษัทดังกล่าวมีกรรมการ 5 คน ประกอบด้วย นายอัฐ ทองแตง , นายอิทธิ ทองแตง , น.ส.วิอร ทองแตง , นายจิตต์คุปต์ พึ่งเสือ และนายอุทัย สกุลครู มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ธุรกิจของคนตระกูลทองแตงมีสายสัมพันธ์อันดีกับตระกูลชินวัตรในฐานะทนายคดีซุกหุ้น

สัญญาให้สิทธิการเช่าลงทุนต่างตอบแทนเพื่อปรับปรุงอาคารและพัฒนาที่ดินที่ทำขึ้นระหว่างสำนักงานทรัพย์สินฯ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.46 และบริษัท ไทรทองฯ โดยนายจิตต์คุปต์ พึ่งเสือและนายอัฐ ทองแตง ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการให้สิทธิในการปรับปรุงและพัฒนาที่ดิน และอาคารบางส่วนในเนื้อที่ 11 ไร่ 9922 ตารางวา จากพื้นที่ทั้งหมดย่านคลองถมประมาณ 16 ไร่ 2 งาน 59 ตารางวา กับบริษัท ไทรทองฯ โดยส่งมอบพื้นที่แบ่งตามโซนได้ทั้งหมด 14 โซน รวม 169 คูหา และ 2 อาคารจอดรถ และยกหน้าที่ให้บริษัท ไทรทองฯ เป็นผู้เจรจาตกลงหรือดำเนินการรวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าชดเชยหรือสิทธิพิเศษแก่ผู้เช่าเดิมที่จะได้กลับมาเช่า ส่วนที่พัฒนาใหม่ชดเชยแล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้เช่าเดิมและหรือผู้ครอบครองออกไปจากพื้นที่ที่ส่งมอบและรับมอบตามสัญญานี้ และบริษัท ไทรทองฯ ต้องดำเนินการเจรจารวมถึงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี 9 เดือน นับแต่วันที่ทำสัญญา

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ