Loading

ร้องนายกฯยืดเวลาตรวจอาคาร + ออกกฎเฉพาะกาลขยายอีก 180 วัน / เตรียมเจรจาบ.ประกันทำราคากลางถ่วงดุ

วันที่ : 9 ธันวาคม 2550
ร้องนายกฯยืดเวลาตรวจอาคาร + ออกกฎเฉพาะกาลขยายอีก 180 วัน / เตรียมเจรจาบ.ประกันทำราคากลางถ่วงดุล

นายอธิป พีชานนท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าไทย เปิดเผย ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอผ่อนผันให้มีการยืดอายุการตรวจสอบอาคารออกไปอีก 180 วัน โดยขอให้ออกเป็นกฎเฉพาะการณ์ เนื่องจากมีกลุ่มเจ้าของอาคารชุดจำนวนหนึ่งได้ร้องขอให้ทางสมาคมอาคารชุดไทยช่วยเหลือเพราะยังไม่ทราบว่ากฎหมายควบคุมอาคารดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 ธันวาคม 2550 นี้ จึงไม่ได้เตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอาไว้

อย่างไรก็ดีเชื่อว่ายังมีอาคารที่ไม่รู้ทราบเรื่องนี้ และไม่ได้จัดให้มีการตรวจสอบอาคารอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่นิติบุคคลอาคารชุดส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอาไว้ หรือ บางอาคารขาดความรู้ความเข้าใจว่าจะต้องหาคนตรวจสอบอาคารจากที่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ภาครัฐควรทำหนังสือติดประกาศให้ทราบโดยทั่ว แม้แต่ที่สมาคมอาคารชุดไทยเองก็เพิ่งได้รับหนังสือแจ้งเมื่อ 1-2 เดือนที่ผ่านมา

สำหรับโครงการอาคารชุดของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้มีการตรวจสอบอาคารเรียบร้อยแล้วโดยอัตราค่าบริการตรวจสอบอาคารยังมีความไม่แน่นอน เรื่องนี้น่าจะมีมาตรฐานเพื่อใช้เป็นหลักในการยึดถือ

กรณีตัวอย่างเช่น อาคารประเภทสาธารณเช่นโรงพยาบาลควรคิดราคาค่าตรวจสอบต่างจากอาคาร
ประเภทอาคารชุด ส่วนในเรื่องของการประกันภัยต้องการให้ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการฯ และการจ้างตรวจสอบอาคารดำเนินการควบรวมไปกับการประกันภัย เพื่อผู้ประกอบการจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสองทาง เรื่องนี้ในฐานะประธานสมาคมการค้าธุรกิจก่อสร้างอสังหาฯจะต้องเจรจากับบริษัทประกันภัยในหลาย ๆ แห่งเพื่อให้มาถ่วงดุลกับบริษัทประกันภัยทั่วไปด้วย

ต่อกรณีดังกล่าว แหล่งข่าวระดับสูงในธุรกิจตรวจสอบอาคาร กล่าวว่า จำนวนผู้ตรวจสอบอาคารในขณะนี้น่าจะมีเพียงพอต่อการตรวจสอบเพราะมีผู้มาขึ้นบัญชีถึง 1,000 คน แต่ภายในสิ้นปีนี้คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทันทั้งหมื่นอาคารทั่วประเทศ เพราะขณะนี้เพิ่งตรวจสอบไปเพียง 2,000-3,000 อาคาร ขณะที่ยังเหลือระยะเวลาเพียง 20 กว่าวันเท่านั้นก็จะครบกำหนด ในทางเป็นจริงการตรวจสอบอาคารที่ไม่มีแบบแปลนต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือน เพื่อทำแบบแปลนขึ้นใหม่ ซึ่งหากมีการจับปรับเพราะผิดกฎหมาย จะมีอาคารที่อยู่ในข่ายหลายพันอาคาร

อย่างไรก็ตามสุดท้ายเชื่อว่าทางภาครัฐคงต้องอนุโลมให้มีการขยายระยะเวลาออกไปอีกเพราะอาคารที่มีขนาดเกิน 10,000 ตร.ม.ที่ยังไม่ได้จัดให้มีการตรวจสอบอาคารมีเป็นจำนวนมาก และหากจะมีการผ่อนปรนก็ควรอนุโลมให้ทั้ง 9 ประเภทของอาคารจึงจะเป็นธรรม

ขณะที่นายจรัญ เกสร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เมเนจเมนท์ จำกัดผู้บริหารนิติบุคคลอาคารชุดรายใหญ่ กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์เรื่องการตรวจสอบอาคารได้มีการจุดพลุมาตั้งแต่ต้นปี 2550 จนเหลือระยะเวลาอีกเพียง 20 กว่าวันเท่านั้น ที่ผ่านมาสมาคมโรงแรมไทยได้เคยทำหนังสือขอขยายเวลาออกไปอีกแต่ภาครัฐไม่ยินยอม และเชื่อว่ามีหลายอาคารที่ไม่มีงบประมาณในเรื่องการตรวจสอบอาคาร แต่ก็มีข้อยกเว้นให้ในอาคารที่มีพื้นที่ไม่ถึง 10,000 ตร.ม.ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กมีระยะเวลาในการเตรียมพร้อมถึง 3 ปีจนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2553 จึงไม่น่าจะมีประเด็นที่ต้องขยายเวลาออกไป ที่สำคัญเป็นเรื่องของความปลอดภัยซึ่งน่าจะส่งผลดีมากกว่า

ส่วนของอาคารชุดที่ต้องเรียกเก็บเงินลูกบ้านเพิ่ม นิติบุคคลมีเงินกองกลางอยู่แล้วสามารถที่จะเบิกจ่ายในส่วนนี้ไปใช้จ่ายก่อนแล้วค่อยเรียกเก็บจากลูกบ้านตามมาภายหลังได้ ราคาค่าตรวจสอบไม่เกิน 5-100,000 บาทต่อตร.ม.สำหรับอาคารชุดของแอล.พี.เอ็น.อยู่ระหว่างการตรวจสอบคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้

ด้านนายเมธา จันทร์แจ่มจรัส ประธานอำนวยการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่อยากที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวเพราะพลัสฯ มีธุรกิจตรวจสอบอาคารด้วย อาจจะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง หากภาครัฐจะมีการอะลุ่มอล่วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเชื่อว่าสุดท้ายรัฐอาจต้องผ่อนปรนเพราะยังมีอาคารอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ แต่เป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยมากกกว่า ไม่อยากให้วัวหายเสียก่อนจึงค่อยล้อมคอก

อนึ่ง อาคารที่ต้องตรวจสอบตามกฎกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ.2547 ใน 9 ประเภท ได้แก่

1.อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป

2.อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.ขึ้นไป

3. อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือมีจำนวนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

4. โรงมหรสพ

5. โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป

6. สถานบริการพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป

7. อาคารชุดหรืออาคารพักอาศัยรวมพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป

8.โรงงานที่สูงมากกว่า 1 ชั้นและมีพื้นที่มากกว่า 5,000 ตร.ม.ขึ้นไป

9. ป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไปหรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม.ขึ้นไป หรือป้ายที่ติดบนหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตร.ม.ขึ้นไป

ซึ่งเจ้าของอาคารดังกล่าวมีหน้าที่ต้องจัดหาผู้ตรวจสอบอาคารให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ถ้าเป็นอาคารชุดไม่เกิน 2,000-5,000 ตร.ม.ต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2555 แต่ถ้าเป็นอาคาร 5,000-10,000 ตร.ม.ต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2553

 

ที่มา :  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ