Loading

กคช.ทิ้งลูกค้าบ้านเอื้ออาทร ชง ครม.อุ้มค่างวด-ลดก่อสร้า

วันที่ : 3 ธันวาคม 2550
กคช.ทิ้งลูกค้าบ้านเอื้ออาทร ชง ครม.อุ้มค่างวด-ลดก่อสร้าง

นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันอังคารที่ 4 ธันวาคมนี้ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) จะเสนอทบทวนโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีปัญหาทั้งหมดโดยจะเสนอขอปรับลดเป้าหมายการดำเนินโครงการจากที่ตั้งเป้าว่าจะก่อสร้างให้ได้ 601,727 ยูนิตจะลดลงเหลือเพียง 369,000 ยูนิต

เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมามีปัญหาหลายกรณี ได้แก่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการบ้านเอื้ออาทร บางรายไม่สามารถผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคารที่ให้สินเชื่อได้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และธนาคารออมสินเพราะมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขของธนาคารจึงทำให้ขาดโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ หากการเคหะฯดำเนินการก่อสร้างครบ 601,727 หน่วยตามจำนวนที่กำหนดไว้จะต้องใช้วงเงินลงทุนรวม 273,209 ล้านบาท โดยรัฐต้องจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มอีก 30,200 ล้านบาท และต้องจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อการลงทุนอีก 167,293 ล้านบาท ซึ่งในสิ้นปี 2555 กคช.จะรับภาระหนี้ 95,000 ล้านบาท แต่หากปรับลดเป้าเหลือ 369,000 หน่วยใช้เงินลงทุนเพียง 183,400 ล้านบาท รัฐต้องจัดสรรเงินอุดหนุน 10,300 ล้านบาท รวมถึงจัดหาเงินกู้เพื่อลงทุนอีก 92,500 ล้านบาท พอถึงสิ้นปี 55 กคช. จะมีภาระหนี้สินเพียง27,300ล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาธนาคารทั้งสองแห่งคือ ธนาคารออมสิน และธอส.ที่ให้บริการอยู่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 4% ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2546 มีผลให้ผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรต้องผ่อนชำระค่างวดเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 1,500 บาทเป็น2,400บาทและมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นอีก

โดยการเคหะฯ ได้เสนอขอ ครม. ในหลักการให้รัฐช่วยชดเชยค่าผ่อนบ้านให้กับประชาชน โดยจะปรับให้ผู้ซื้อบ้านปรับค่างวดจาก 1,500 บาทต่อเดือนเป็น 1,800 บาทต่อเดือน และส่วนต่างที่เหลืออีก 600 บาทต่อเดือนนั้นจะขอให้รัฐบาลรับหลักการเรื่องการชดเชยภาระในส่วนดังกล่าวเพื่อจ่ายให้กับสถาบันการเงินแทน

สำหรับกรณีที่ผู้ซื้อบ้านในโครงการหลายรายประสบปัญหาผ่อนชำระเงิน เนื่องจากธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเกินกว่า 4% ที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ทำให้ผู้ซื้อส่วนหนึ่งยกเลิกการทำสัญญา หรือไม่อาจผ่อนชำระได้ หรือบางส่วนขาดการผ่อนติดต่อกัน 3 เดือน ซึ่งเป็นภาระของการเคหะฯ ในการรับซื้อคืนจากธนาคารนั้น การเคหะจะขอให้ธอส. ขยายวงเงินหมุนเวียน หรือเงินเบิกเกินบัญชี เพื่อให้ กคช.ไว้รับซื้อคืนอาคารและนำกลับมาขายใหม่กรณีที่ผู้ซื้อขาดก่อนผ่อนชำระติดต่อกัน 3 เดือน ในปี 51 วงเงิน 480 ล้านบาท ส่วนปัญหาที่ยังน่าเป็นห่วงคือเรื่องของผู้ซื้อบ้านในโครงการประมาณ 60% ไม่ผ่านการพิจารณาการให้สินเชื่อจากธนาคารเพราะไม่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ซึ่งตรงนี้ยังเป็นภาระที่ กคช.ต้องเข้าไปช่วยเหลือ

แหล่งข่าวจากการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( พ.ม.) ในฐานะประธานกรรการกลั่นกรองเรื่องชุดที่ 2 ได้เห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติ เสนอครม.เรื่องลดเป้าหมายในการทำโครงการบ้านเอื้ออาทร ขณะที่ตีกลับเรื่องที่การเคหะฯ ขออนุมัติในหลักการเรื่องเงินชดเชย โดยเสนอแนะว่าต้องการให้การเคหะฯ ไปทำการวิเคราะห์ และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ