Loading

กคช.รับมือจ่ายหนี้แบงก์ 4 หมื่นล้า

วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2550
กคช.รับมือจ่ายหนี้แบงก์ 4 หมื่นล้าน

นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.)เปิดเผยถึงสถานการณ์ภาระหนี้ของกคช.ว่า ภายในปี 2551 จะต้องชำระหนี้เงินกู้จากโครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นจำนวน 40,000 ล้านบาท โดยทางกคช.ได้หาวิธีการบรรเทาปัญหาดังกล่าว โดยใช้วิธีเร่งโอนบ้านเอื้ออาทรที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 76,000 หน่วย เพื่อที่จะนำรายได้จากผู้จองสิทธิ์ไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินได้ตามกำหนดขณะที่  บ้านเอื้ออาทรที่มีผู้จองสิทธิ์ที่ประสบปัญหาไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ จะปรับวิธีการช่วยเหลือโดยการมาเช่าซื้อกับกคช. แล้วจะใช้เครื่องมือทางการเงินในรูปแบบการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซิเคียวริไทเซชั่น) เพื่อให้เกิดรายได้จากการขายบัญชีลูกหนี้ไปชำระหนี้แก่สถาบันการเงินได้อีกทางหนึ่ง ส่วนหนี้ที่ยังคงเหลืออยู่จะดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงิน (รีไฟแนนซ์)ออกไป

 

ปัจจุบันกคช.มีหนี้เงินกู้จากโครงการบ้านเอื้ออาทรประมาณ 50,000 ล้านบาท มีภาระดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 1,000 กว่าล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปี 2550 ขาดทุนไปแล้ว 1,300-1,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับลดปริมาณการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรจาก 600,000 หน่วยลงมาเหลือ 300,000 หน่วย จะช่วยลดงบประมาณเหลือประมาณ 100,000 ล้านบาท ทำให้ภาระหนี้ลดลงตามไปด้วย

 

ขณะนี้รองผู้ว่าการเคหะฯแต่ละท่าน กำลังเจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และผลค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ โดยผู้รับเหมาส่วนใหญ่  ยอมชะลอโครงการและลดจำนวนการก่อสร้างตามแผน แต่ยังมีบางรายที่ต้องเจรจาต่อไป ซึ่งต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากถ้าไม่มีการลดจำนวนหน่วยลง จะส่งผลเสียหายกับกคช. ซึ่งเราเข้าใจธรรมชาติของผู้รับเหมาเอกชน

 

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการที่ปรับลดลงแล้วจำนวน 300,000 หน่วย ปัจจุบันได้สร้างเสร็จจำนวน 76,000 หน่วย และในปี 2551-2552 จะแล้วเสร็จอีกกว่า 70,000 หน่วย ส่วนในปี 2553 อีก 50,000 หน่วย และโครงการใดที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีการเรียกผู้จองสิทธิ์ประมาณ 900,000 คนมาทำการโอนและผู้จองสิทธิ์ส่วนใดประสบปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จะเข้าสู่วิธีการเช่าซื้อของกคช.ต่อไป ซึ่งจะกำหนดอัตรา

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ