Loading

บสก.ยาหอมกำไรแบงก์ปีหน้ารุ่ง สบช่องขอซื้อ ทรัพย์-หนี้เน่า เพิ่

วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2550
บสก.ยาหอมกำไรแบงก์ปีหน้ารุ่ง สบช่องขอซื้อ ทรัพย์-หนี้เน่า เพิ่ม

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) กล่าวว่า แนวโน้มสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ( NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของระบบธนาคารพาณิชย์ในปีหน้ามีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงจากปีนี้ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ทยอยขาย NPL และ NPA ออกจากระบบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้มีการกันสำรองตามเกณฑ์มาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 39 (IAS 39) ให้ครบตามกำหนด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2551

               

ทั้งนี้ จากการทยอยขาย NPL และ NPA รวมทั้งการกันสำรองตามเกณฑ์มาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ IAS 39 ดังกล่าวไปแล้ว คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวดีขึ้นกว่าในปีนี้ ซึ่งถือเป็นทิศทางการบริหารจัดการที่ดี ที่จะทำให้การดำเนินธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์มีความคล่องตัวมากขึ้น และสามารถรองรับการแข่งขันกับสถาบันการเงินจากต่างประเทศได้อีกด้วย

               

สำหรับปีนี้ บสก. ได้รับซื้อรับโอน NPL จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหารจัดการจำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และลงนามในสัญญาซื้อขาย NPA กับ บสก. แล้ว จำนวนกว่า 3 พันล้านบาท อาทิ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  บมจ.ธนาคารไทยธนาคาร บมจ.ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ บมจ.ธนาคารทหารไทย บมจ.ธนาคารสินเอเชีย และบบส. เพทาย เป็นต้น รวมทั้งมีสถาบันการเงินอีกหลายแห่งอยู่ระหว่างทยอยส่งมอบข้อมูลมาที่ บสก. คิดเป็นมูลค่า 18 ,088 ล้านบาท

               

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอประมูลซื้อ NPL จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) และธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้

               

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บสก. มี NPL ในความดูแลจำนวน 48,994 ราย คิดเป็นมูลค่า 2.3 แสนล้านบาท และมี NPA อยู่ในความดูแลจำนวน 13,464 ราย  คิดเป็นมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ บสก. พร้อมที่จะเข้ารับซื้อรับโอนทั้ง NPL และ NPA จากสถาบันการเงินให้ได้มากที่สุดบนพื้นฐานสำคัญ คือ  การรับซื้อเข้ามาบริหารจะต้องให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด และไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานของ บสก. ในอนาคต

               

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. ยังได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการ NPL ว่า บสก. มุ่งเน้นการประนอมหนี้บนพื้นฐานความร่วมมือกันและหาข้อยุติที่ได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ บสก.ได้นำมาตรการต่างๆ มาใช้เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลูกหนี้ชำระหนี้กับ บสก. และได้ทรัพย์หลักประกันกลับคืนเร็วขึ้น ง่ายขึ้น

               

ขณะเดียวกันด้านการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายนั้น บสก. ได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วงที่ผ่านมาบสก.สามารถจำหน่ายทรัพย์จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการออกบูธในงานอสังหาริมทรัพย์ต่างๆได้จำนวนทั้งสิ้น 938 ล้านบาท

               

อย่างไรก็ดี ในส่วนของผลการดำเนินงานของ บสก. ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2550 มีรายได้รวมประมาณ 9 พันล้านบาท ทั้งนี้เฉพาะช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา บสก. สามารถจำหน่ายทรัพย์รายใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท 3 วัน ขายได้กว่า 8 ล้านบาท มหกรรมบ้านธนาคาร 50 ที่จังหวัดอุบลราชธานี

               

ขณะที่นายชัยวัฒน์ สีห์โรหิจจ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ในงานมหกรรมบ้านธนาคาร 50 ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่วันที่ 26-28 ตุลาคม 2550 นั้น มียอดขายกว่า 8 ล้านบาท โดยในการมาร่วมแสดงทรัพย์ครั้งนี้ บสก.ได้เตรียมทรัพย์จากหลายๆ จังหวัดของภาคอีสาน กว่า 100 รายการ มูลค่า 800 ล้านบาท มาร่วมออกบูธ โดยทาง บสก.ตั้งเป้าขายไว้เพียง 20 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งดูจากประชาชนที่มาร่วมงานแล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตกลงที่จะซื้อทันที แต่ก็เข้ามาดูๆไว้ก่อน เพราะในงานนั้น มีหลายธนาคารมาร่วมด้วย ทำให้มีตัวเลือกมากในการตัดสินใจ แต่อย่างไรก็ตาม บสก.จะมีทรัพย์สินที่น่าสนใจในโปรโมชั่น Big 4 Promotions ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2550 คือ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน (5.5%), วางเงินค่ามัดจำในการทำสัญญา 10%, มอบทองคำสำหรับมูลค่าของทรัพย์ที่ราคา 1 ล้านบาท ได้รับทองคำหนัก 1 บาท และมอบบัตรสมาชิกชีวะวัฒนาของโรงพยาบาลกรุงเทพ มูลค่า 90,000 ล้านบาท ซึ่งจากไม้เด็ดนี้ อาจจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาชมในงานวันนี้ อาจจะกลับมาติดต่ออีกครั้งก็เป็นได้

               

โดยในครั้งนี้ ทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุด คือที่ดินเปล่า ขนาดพื้นที่ 1,292 ไร่ 3 งาน 4.70 ตารางวา มูลค่า 136.62 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ถนนสุรนารายณ์ บริเวณ กม.385 – 386 ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

               

""ที่ดินตรงนี้ เป็นที่ดินที่ติดถนนโดยมีพื้นที่ติดกันทั้งหมด 159 แปลง โดยห่างจากถนนมิตรภาพประมาณ 11 กิโลเมตร ข้างหลังที่ดินมีลำช้างไกร เหมาะในการที่จะจัดทำเป็นโรงงานขนาดใหญ่ หรือจะจัดทำเป็นหมู่บ้าน โดย บสก.ได้ตั้งราคาไว้ที่ 136.62 ล้านบาทเท่านั้น หรือราคาตกไร่ละ 176,000 บาทเท่านั้น นายวีระ ดิษยะกมล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ