Loading

แก้กม.ควบคุมอาคารอุ้มบ้านเอื้ออาทร คลายล็อกระยะถอยร่นลดต้นทุนเคหะ

วันที่ : 1 พฤศจิกายน 2550
แก้กม.ควบคุมอาคารอุ้มบ้านเอื้ออาทร คลายล็อกระยะถอยร่นลดต้นทุนเคหะฯ

แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2550 ที่กรมโยธาฯเสนอขอปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดให้เพิ่มเติมรายละเอียดในข้อ (8) ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งยกเว้นให้ไม่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ ""อาคารที่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ ต้องมิใช่การยกเว้นหรือผ่อนผันเงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารหรือความปลอดภัยของผู้ซึ่งอยู่อาศัยหรือใช้อาคาร""

 

เหตุผลที่ออกพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฉบับใหม่ เป็นเพราะการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.ที่พัฒนาโครงการบ้านมั่นคง ขอให้กรมโยธาฯพิจารณายกเว้นระยะถอยร่นในการก่อสร้างอาคารเพื่อลดต้นทุนก่อสร้าง และให้สามารถก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรและบ้านมั่นคงได้คิดเป็นจำนวนยูนิตที่มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาผลพวงจากที่กรมโยธาฯออกกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ทำให้ต้นทุนก่อสร้างของ กคช.และ พอช.สูงขึ้นมาก เนื่องจากต้องเว้นที่ว่างด้านข้างอาคาร ขนาดอาคาร ความสูงของอาคาร ทั้ง 2 หน่วยงานจึงขอผ่อนปรนลดข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการเพื่อให้สอดคล้องความต้องการและฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนที่ซื้อบ้านเอื้ออาทรและบ้านมั่นคง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายโอกาสให้คนยากจนและคนด้อยโอกาส ซึ่งแนวทางหนึ่งคือการส่งเสริมให้มีที่อยู่อาศัย เพื่อให้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น ดังนั้นเพื่อให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ สามารถดำเนินการจัดให้มีหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยต้นทุนต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคในด้านการขออนุญาตก่อสร้าง หรือด้านข้อกำหนดมาตรฐานอาคารในบางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแข็งแรงหรือความปลอดภัยของอาคาร เช่น ระยะถอยร่น เนื้อที่ของที่ว่างภายนอกอาคารหรือระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน เป็นต้น

 

จึงเห็นสมควรยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารบางประการ โดยออกเป็นกฎกระทรวง เพื่อให้อาคารที่หน่วยงานของรัฐดังกล่าวจัดให้มี หรือพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า แม้ว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติกรมโยธาฯจะต้องออกกฎกระทรวงมารองรับตัวกฎหมายแม่ ซึ่งในรายละเอียดของกฎกระทรวงจะกำหนดรายละเอียดว่าจะสามารถผ่อนผันจากกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในส่วนนี้จะมีการหารือกันอีกครั้ง เนื่องจาก กคช.และ พอช.ไม่ได้ระบุว่าจะต้องการจะให้มีการผ่อนปรนเรื่องระยะถอยร่อนมากน้อยแค่ไหน แต่คงจะไม่ยกเว้นให้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด เช่น อาจกำหนดให้มีช่องว่างระหว่างอาคารไว้บ้าง แต่คงไม่มากเท่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 55 นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมกัน เช่น กรอบระยะเวลาที่จะได้รับการยกเว้น เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการพัฒนาเมืองต่อไปในอนาคต

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ กคช.ได้เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การเคหะแห่งชาติ เนื่อง จากประสบปัญหาในการพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทร จากการต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายฉบับอื่น เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยโอนอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบางส่วนให้ กคช.รับผิดชอบดูแล แต่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เห็นด้วย และเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในภาพรวม จึงให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายควบคุมอาคารแทน

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ