Loading

บิ๊กโยธาฯ ลั่น 2 หมื่นอาคารตรวจทันสิ้นป

วันที่ : 25 ตุลาคม 2550
บิ๊กโยธาฯ ลั่น 2 หมื่นอาคารตรวจทันสิ้นปี

นายสมชาย ชุ่มรัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองคนปัจจุบัน กล่าวเชื่อมั่นทุกอย่างจะไม่มีปัญหาและการดำเนินการดังกล่าวยังคงต้องปฏิบัติไปตามกฎหมาย ประกอบกับในช่วงที่ผ่านและจนถึงขณะนี้ การคัดเลือกผู้ตรวจสอบได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าจะมีปริมาณที่เพียงพอต่อการตรวจอาคารที่อยู่ในข่าย 9 ประเภทได้ทัน

 

"" กฎหมายไม่สามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ ต้องปฏิบัติ แต่ถึงขณะนี้ ทางกรมโยธาธิการฯยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนอาคารที่มีการตรวจสอบว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน และทางกรมฯต้องการจะรู้ว่า มีกี่อาคารแล้วที่ดำเนินการ โดยจะมีการประสานไปยังหน่วยงานของกรุงเทพฯ เพื่อให้ส่งข้อมูลอาคารที่อยู่ใน 9 ประเภทมาตรวจสอบก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้ อย่างน้อยหากมีปัญหาจะได้แก้ไข ""นายสมชายกล่าวและว่า

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่กฎหมายบังคับใช้และมีเจ้าของอาคารไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่กฎหมายระบุนั้น ทางอธิบดีกรมโยธาฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ คงต้องพิจารณาเป็นเฉพาะปัญหาและกรณีที่เกิดขึ้น และเจ้าของอาคารมีเหตุผลมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ก็ยังมีอาคารบางประเภทที่กฎหมายขยายเวลาในการตรวจสอบอาคาร

 

นายสมชายกล่าวถึงเรื่องเร่งด่วนในกรมฯ หลังจากการเข้ามารับตำแหน่งว่า มีอยู่ 3 เรื่องที่ต้องการทำในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง 7 สายรอบประเทศไทย เพื่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำกัดเซาะที่ดินริมตลิ่ง จนทำให้ประเทศไทยเสียดินแดงไป เนื่องจากแผ่นดินได้ถล่มไป ทำให้เส้นแบ่งเขตน้ำลึกแปรเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติหลักการในการของบจากทางสำนักงบประมาณวงเงิน 7,154 ล้านบาท เพื่อเร่งสร้างเขื่อนในจุดที่มีปัญหาและวิกฤตระยะทาง 126 กิโลเมตร จากแผนที่ต้องดำเนินการทั้งหมดทุกจุด 7 สายแม่น้ำ ความยาว 1,754 กม.

 

"" การที่จะใช้งบกลางนั้น คงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในรัฐบาลชุดปัจจุบัน และทางสำนักงบประมาณก็ไม่เห็นกับการใช้งบกลาง ซึ่งผมคงจะต้องทำเรื่องด่วนทันที เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคของการทำโครงการนี้ และหากทำได้เฉพาะบางจุด เราอยากเน้นไปที่เขตแดนระหว่างไทย-ลาว เพราะเกิดการสูญเสียอย่างหนัก โดยเมื่อรวมทุกจุดแล้ว ดินพัง 20 เมตรต่อปี คิดเป็นระยะทาง 300 กิโลเมตร ที่ดินหายไป 280 ไร่ต่อปี หรือคิดเป็น 4.4 แสนตารางเมตรต่อปี และหากไม่เร่งดำเนินการ ที่ดินจะพังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คิดเอาเองก็แล้ว""อธิบดีฯกล่าวด้วยความเป็นห่วง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ