Loading

กคช.เร่งรื้อ-สร้างแฟลตดินแดงใหม

วันที่ : 16 ตุลาคม 2550
กคช.เร่งรื้อ-สร้างแฟลตดินแดงใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติ(กคช.)ได้มีการหารือ และรับฟังความเห็นจากกลุ่มผู้อยู่อาศัยในแฟลตดินแดงมาแล้วในระยะหนึ่ง ทำให้ได้แนวทางในการแก้ไขปัญหา ถึง 2แนวทางด้วยกัน คือ การซ่อม แนวทางนี้ จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมที่สูง ซึ่งไม่คุ้มค่า เนื่องจากโครงสร้างอาคารยังมีความเสียหายต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมอยู่เป็นระยะๆ ส่วนแนวทางที่ 2 คือ การรื้ออาคารและสร้างใหม่ แต่กลับถูกต่อต้านจากผู้อาศัยเดิมมาอย่างต่อเนื่อง

 

นายขวัญสรวง อติโพธิ ประธานอนุกรรมการการฟื้นฟูเมือง และกรรมการกคช. เปิดเผยว่า ปัญหาความเสียหายของอาคารแฟลตดินแดงนั้น หากใช้วิธีการซ่อมแซม จะมีต้นทุนที่สูง และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เช่าเดิมต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย โดยเฉลี่ยจะประมาณ 2 แสนบาทต่อห้อง หรือประเมินแล้ว ผู้เช่าเดิมจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีก 2,500-3,000 บาทต่อเดือน แต่ทางผู้เช่าเดิมต้องการจ่ายค่าเช่าในราคาเดิมคือ 300 บาทต่อเดือน ในขณะเดียวกัน ทางกคช.ได้เสนอแนวทางในการรื้อและสร้างอาคารใหม่ในการอยู่อาศัยให้แก่ผู้เช่าเดิม โดยจะให้สิทธิเป็นสัญญาเช่าซื้อระยะยาว 25 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีก 2 ปี ซึ่งต่างจากการเช่าแบบเดิมที่มีอายุการเช่าปีต่อปี

 

ทั้งนี้ ในวันนี้ (16 ต.ค.) กคช.จะส่งหนังสื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้ง 2 แนวทาง แก่ผู้อยู่อาศัยเดิม ในการศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลในการตัดสินใจเลือกการดำเนินการแก้ไขปัญหา และหลังจากนั้นในวันที่ 18 ต.ค. เป็นต้นไป กคช.จะลงพื้นที่เจรจาและปรึกษากับผู้เช่าเดิมเป็นรายๆ เพื่อรับฟังและเก็บข้อมูล เพื่อสรุปรายละเอียดเบื้องต้นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในเดือน พ.ย.นี้ เพื่ออนุมัติการดำเนินงานต่อไป

 

นายไกร ตั้งสง่า กรรมการบริหาร กคช.กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการตามแนวทางที่ 2 คือ การรื้ออาคารเก่าเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ กคช.จะเปิด 4 ทางเลือกให้แก่ผู้อยู่อาศัยเดิม ทางเลือกประกอบด้วย คือ 1. ต้องการอยู่ที่เดิม ราคาเดิม หรือ แลกห้องในแฟลตอื่น ในกรณีที่ผู้เช่าเดิมต้องการจะเช่าซื้อห้องชุดในอาคาก่อสร้างใหม่ 2. ต้องการย้ายออก ซึ่งกคช.จะจ่ายค่าย้ายออกให้ 250,000 บาทและค่าขนย้าย10,000 บาท 3.ต้องการอยู่อาคารใหม่ ซึ่งจะต้องย้ายออกชั่วคราว รับค่าเช่าบ้าน 3,000 บาท/เดือน ค่าขนย้าย 10,000 บาท และจะต้องค่าเช่าซื้อโครงการใหม่ ผ่อนชำระต่ำกว่าราคาตลาด60 % และ 4. ต้องการเปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าของบ้านใหม่ เป็นการย้ายออกอย่างถาวร รับเงิน 250,000 บาท ค่าขนย้าย 10,000 บาท และสามารถขอสิทธิ์โครงการบ้านเอื้ออาทรได้ทันที โดยนำเงินที่ได้ดังกล่าวหักค่าส่วนต่างจากราคาเต็มของบ้านเอื้ออาทรที่ขายในปัจจุบัน 3.9 แสนบาท

 

นายพรศักดิ์ บุญโยดม ผู้ว่าฯกคช. กล่าวว่า เบื้องต้นรูปแบบการสร้างอาคารใหม่ จะก่อสร้างบนเนื้อที่ 20 ไร่ จำนวน12 อาคาร ขนาดความสูง20 ชั้น จำนวน 2,280 หน่วย ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33.75 ตารางเมตร(ตร.ม.) และ 40 ตร.ม. โดยให้สิทธิอยู่อาศัยในรูปแบบเช่าเซ้ง25ปีและสามารถต่ออายุได้2ปี อาคารที่สร้างใหม่ดังกล่าว นอกจากให้สิทธิการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยเดิมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยใหม่ เข้ามาใช้สิทธินี้ด้วย

 

ส่วนอัตราผ่อนชำระ ระหว่างผู้อยู่อาศัยเดิมกับผู้อยู่อาศัยใหม่ต่างกัน โดยห้องชุดขนาดพื้นที่ใช้สอย 33.75 ตร.ม.นั้น อัตราการผ่อนต่อเดือน 3,330 บาท ขณะที่ผู้อยู่อาศัยใหม่ 7,655 บาทต่อเดือน ส่วนที่อยู่อาศัยขนาดพื้นที่ 40 ตร.ม. ผู้อยู่อาศัยเดิมผ่อนชำระ 3,945 บาท/เดือน ขณะที่ผู้อยู่ใหม่ผ่อน 9,070 บาท/ตร.ม. นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างอาคารสำหรับใช้เป็นพื้นที่จอดรถ 2 อาคารสูง 10 ชั้น จอดรถได้กว่า 1,500 คัน และมีพื้นที่สำหรับค้าขายในเชิงพาณิชยกรรมและพื้นที่สำนักงาน

 

กรอบที่จะดำเนินการเบื้องต้นนี้ คาดว่าต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท ซึ่งต้องเสนอของบอุดหนุนจากรัฐบาล หรือ ในช่วงแรกอาจเสนอครม.ให้ระดมทุนผ่านพันธบัตร (บอนด์) ประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ในระยะยาว กคช.จะมีการก่อสร้างอาคารแทนที่อาคารด้านถนนดินแดง-อโศก ในรูปแบบเชิงพาณิชย์และศูนย์อาหารคาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบบาท ส่วนอาคารด้านถนนวิภาวิดี-รังสิต จะมีการพัฒนาเป็นอาคารในเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย ซึ่งโครงการในโซนด้านถนนดินแดง-อโศก และโครงการด้านถนนวิภาดี-รังสิตนั้น จะช่วยสร้างรายได้เพื่อมาชดเชยงบลงทุน ที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการแรกและโครงการทั้งหมดในอนาคตได้ ส่วนรายได้นอกเหนือจากนี้ จะนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนฟื้นฟูเมือง เพื่อใช้พัฒนาฟื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ

 

อนึ่ง ที่ดินแฟลตดินแดงเป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ในช่วงแรกกำหนดระยะเวลาเช่าซื้อระยะยาว25ปี และต่ออายุเช่า2ปี ซึ่งขณะนี้ กคช.กำลังดำเนินการเจรจากับกรมธนารักษ์ ให้มีการยืดอายุสัญญาเช่าเป็น 28 ปี ต่อ 2 ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องรอการเจรจากับกรมธนารักษ์ก่อนว่าจะได้ข้อสรุปเช่นไร

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ