Loading

เตรียมรับมือปิดยุคอุตสาหกรรมไทย

วันที่ : 14 ตุลาคม 2550
เตรียมรับมือปิดยุคอุตสาหกรรมไทย!

ในวันนี้ราคาพลังงานน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้นไปที่ระดับ 82 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ในปลายปีนี้ก็ส่อเค้าว่าจะพุ่งขึ้นไปอีกถึงระดับ 85 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และในปีหน้าก็คงจะได้เห็นราคาพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือมากกว่านั้น

         

นี่เป็นข่าวคราวที่ปรากฏออกไปทั่วโลกแล้ว โดยที่เรื่องเช่นนี้หากใครพูดขึ้นก่อนหน้านี้ก็คงจะถูกพวกที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพลังงานกล่าวหาว่าเป็นพวกคนเพ้อเจ้อ เป็นพวกคนบ้าไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนกับที่เคยเกิดมาแล้ว

         

เมื่อสองปีก่อนเราเคยเตือนว่าให้ระมัดระวังเพราะราคาน้ำมันอาจจะไปถึงที่ระดับ 60 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยในขณะนั้นราคาอยู่ที่ระดับ 28 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

         

คำเตือนของเราถูกพวกผู้เชี่ยวชาญพลังงานจอมปลอมโจมตีว่าร้ายอย่างสาดเสียเทเสียหาว่าเป็นเรื่องคนบ้า คนเพ้อเจ้อ คนไม่รู้เรื่อง เอาเรื่องมากล่าวให้เกิดความวุ่นวายในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

         

มิหนำซ้ำยังอ้างว่าราคาน้ำมันหากไปถึง 30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทุกอย่างก็พังพินาศแล้ว

         

แล้วเป็นอย่างไรเล่า? ประเทศไทยต้องฉิบหายจากการพยุงราคาน้ำมันเกือบ 200,000 ล้านบาท จนต้องรีดนาทาเร้นประชาชนเอาเงินไปชดเชยผลขาดทุนของกองทุนน้ำมันต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

         

คนทำฉิบหายไม่มีใครรับผิดชอบ แต่โยนความรับผิดชอบมาให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นในทุกวันนี้ถึงลิตรละ 4 บาท

         

ทั้ง ๆ ที่อาจใช้ความสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ เพียงแค่เรียกเก็บเงินชดเชยความเสียหายเข้ากองทุนน้ำมันแค่ลิตรละ 25 สตางค์ โดยยืดเวลาออกไปสักหน่อยหนึ่ง คนไทยก็ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลงเกือบ 4 บาทแล้ว

         

แต่ผู้เชี่ยวชาญที่ไร้น้ำยาและมักโอ่อวดอ้างความเชี่ยวชาญของตนข่มคนอื่นกลับไม่ทำ ยังคงเบียดเบียนคนไทยให้ได้รับความเดือดร้อนถ้วนหน้าถึงทุกวันนี้

         

ราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ 82 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก็เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า กิจการอุตสาหกรรมไทยจำนวนมากได้ปิดตัวเองลงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เพราะทนกับต้นทุนการผลิตไม่ไหว จึงเจ๊งไม่เป็นท่า

         

และจะต้องเจ๊งกันต่อไปอีก ลองนึกดูเถิดว่าเมื่อราคาน้ำมันขึ้นสูงไปมากกว่านี้ จะมีอุตสาหกรรมไหนบ้างที่จะต้องเจ๊งกันต่อไป และจะมีอุตสาหกรรมอะไรบ้างที่เหลือรอดอยู่ได้

         

ผู้คนจะตกงานสักเท่าใด คนเกี่ยวข้องจะเดือดร้อนในเรื่องการกินการอยู่อีกสักเท่าใด มีใครสนใจบ้างเล่า มัวจะเมาอยู่กับการโกหกสร้างกระแสเลือกตั้งจนไม่เป็นอันคิดเรื่องอื่นกันอยู่ในขณะนี้

         

วันนี้จำเป็นต้องบอกเตือนพี่น้องผองไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยทั่วประเทศให้ได้ตั้งสติยั้งคิดพิจารณา ทอดสายตาให้ไกลออกไปข้างหน้า ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะสามารถประมาณสถานการณ์ได้ เพื่อจะได้เตรียมการ เตรียมตัว เตรียมใจได้ถูกต้อง

         

จะได้ป้องกันความพินาศฉิบหายได้ทันท่วงที จะสามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายให้ได้มากที่สุด

         

ไม่จำเป็นจะต้องเชื่อสิ่งที่บอกกล่าวนี้ทั้งหมด แต่ท่านลองพิจารณาดูเอาเอง หากเห็นด้วยก็ช่วยกันเตรียมตัว เตรียมการ จะได้ไม่เกิดความเสียหายเดือดร้อนในภายหลัง

         

ต้องขอเท้าความเพื่อประกอบการพิจารณาบ้างว่ายุคอุตสาหกรรมของโลกนับแต่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมขึ้นในโลกเมื่อ 400 ปีก่อนมาจนถึง 3 ปีก่อนหน้านี้ ราคาพลังงานน้ำมันที่เป็นปัจจัยหลักของยุคอุตสาหกรรมได้ขึ้นไปสูงสุดแค่ระดับ 27 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเท่านั้น

         

แต่เมื่อจีนและอินเดียเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ ประกอบเข้ากับสงครามรุกรานอิรักแล้ว การบริโภคน้ำมันในโลกก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล จนจีนเองก็เห็นว่าน้ำมันกำลังขาดแคลน และจะเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

         

จีนจึงตกลงใจที่จะเป็นประเทศที่ยืนอยู่เป็นประเทศสุดท้ายด้วยการออกคำสั่งให้ทั่วประเทศสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า และล่าสุดนี้เมื่อเดือนที่แล้วนี้เองก็มีคำสั่งให้ทั่วประเทศสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่สุดในโลก

         

แค่สามปีของการรุกในหนทางอุตสาหกรรมของจีนและอินเดียกับสงครามอิรัก อัตราเร่งของราคาพลังงานน้ำมันเพิ่มจาก 27 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 82 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่เร็วและสูงมากกว่าระยะใด ๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก

         

อัตราเร่งนี้ไม่มีทางที่จะชะลอตัวหรือถดถอยลงเป็นแน่แล้ว มีแต่จะเร่งรุดไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จนในที่สุดกิจการอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมของไทยจะไม่สามารถรับภาระต้นทุนราคาพลังงานน้ำมันที่สูงแบบเร็วเร่งเช่นนี้ได้

         

มันจะเกิดขึ้นในเวลาข้างหน้าอีกนานเท่าใด? นี่คือคำถามใหญ่ที่คนไทยทุกคนต้องครวญคิดพิจารณาศึกษาทำความเข้าใจและรับมือไว้ให้ดี

         

เราประมาณว่าในปีหน้าจะได้เห็นราคา 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลหรือกว่านั้นแน่ และในไม่เกิน 3 ปีข้างหน้าอาจจะขึ้นไปสู่ระดับ 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก็ได้ ใครจะอยู่ใครจะไปก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมตั้งแต่วันนี้

         

เราจะเตรียมตัวปรับตัวอย่างไร? ใช่ว่าจะไร้หนทางเสียทีเดียว นั่นคือกลับสู่รากฐานอันแข็งแกร่งของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทำแบบอย่างให้เห็นมาแล้ว และได้นำพาชาติบ้านเมืองให้รุ่งเรืองเกรียงไกรให้เห็นมาแล้ว

         

ผืนธงชัยสองผืนที่ทรงใช้นำพาประเทศคือเกษตรอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งประเทศไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง อาจจะต้องได้รับการเชิดชูน้อมนำมานำพาชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ