Loading

มหกรรมบ้านประชาชนคึกคัก คอนโดเส้นทางรถไฟฟ้า รุ่

วันที่ : 15 ตุลาคม 2550
มหกรรมบ้านประชาชนคึกคัก คอนโดเส้นทางรถไฟฟ้า รุ่ง

นายอิสระ บุญยัง ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 17 กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานอย่างหนาแน่นตลอดการจัดงาน 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 ต.ค. 2550 โดยคาดหวังว่าจะมียอดการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยภายหลังการจัดงานประมาณ 3,000 ล้านบาท เท่ากับครั้งที่ผ่านมา ซึ่งบ้านประเภทอาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียมยังมีผู้สนใจมากที่สุด มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 และน่าจะมียอดการตัดสินใจซื้อทันที เนื่องจากเป็นทำเลที่ประชาชนสามารถตัดสิใจเลือกซื้อได้ และส่วนใหญ่โครงการที่ออกมาในขณะนี้จะอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าและเส้นทางที่เดินทางสะดวก ส่วนบ้านแนวราบจะต้องไปดูทำเลบ้าน แล้วจึงตัดสินใจเลือกซื้ออีกประมาณ 3-4 เดือนหลังการจัดงาน

 

สำหรับกำลังซื้อของประชาชนแม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก จากค่าครองชีพแพง นายอิสระ กล่าวว่า เมื่อหลายปัจจัยเริ่มคลี่คลายดีขึ้น ทั้งการเมือง การก่อสร้างรถไฟฟ้า บวกกับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ยังเป็นแรงช่วยหนุนให้ประชาชนตัดสินใจซื้อบ้าน อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยเหลือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว รัฐบาลควรปรับโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการมีภาระภาษีสูงมาก ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% อากรแสตมป์ 0.5% ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 2.5-5% รวมแล้วต้องชำระภาษีประมาณ 20% ดังนั้น รัฐบาลควรปรับปรุงโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อการซื้อขายบ้านมากเกินไป

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังเสนอให้ยืดระยะเวลาลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ 0.01% และค่าธรรมเนียมจดจำนอง 0.01% สำหรับการซื้อขายบ้านมือสองออกไปอีก 1 ปี เนื่องจากมาตรการภาษีดังกล่าวจะครบกำหนดในสิ้นปี 2550 ส่วนภาษีจากการขายบ้านเดิมเพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ยังสามารถนำหลักฐานการขายบ้านหลังแรกเพื่อไปซื้อบ้านหลังใหม่ขอลดหย่อนภาษีได้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีความมั่นใจในการซื้อบ้านมากขึ้น

 

- เอกชนร้องรัฐต่อสัญญาเช่าที่ดิน 60 ปี

ผู้ประกอบการอสังหาฯ เรียกร้องรัฐบาลพิจารณากฎหมายเปิดช่องสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพิ่มจาก 30 เป็น 60 ปีขึ้นไป หวังช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ต่างชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยลดปัญหาหลบเลี่ยงกฎหมาย กรณีต่างชาติซื้อที่ดิน-ลดปัญหานอมินี ขณะที่วิลล่าขายต่างชาติยังคงเปิดตัวต่อเนื่อง ล่าสุดตระกูล ""บุนนาค"" เปิดวิลล่า-คอนโด หัวหินอีกรายเน้นขายต่างชาติ

 

การขายอสังหาริมทรัพย์ให้ต่างชาติยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ แม้จะมีสัญญาเช่าให้เลือกได้ แต่ก็เป็นสัญญาเช่าที่มีระยะเวลาตามกรอบกฎหมายเพียง 30 ปี ขณะที่กลุ่มผู้เช่าต้องการความมั่นใจ ผู้ประกอบการเอกชนหลายราย จึงยังคงเดินหน้านำเสนอแนวคิดต่อรัฐบาลให้ผลักดันกฎหมายเช่าที่ดิน เพิ่มจากกำหนดเดิม 30 ปีต่อได้อีก 30 ปี มากำหนดเป็นสัญญาเช่าระยะยาวได้ 60 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจต่อตลาด ซึ่งมีการนำเสนอมาหลายครั้ง โดยเฉพาะนายมานพ พงศทัต นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ ยังคงผลักดันแนวคิด การเพิ่มระยะเวลาสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว ออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุดนางสาวลินดา บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลิน-ดี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาฯอีกราย กล่าวว่ามีแนวคิดที่อยากเสนอให้รัฐบาล หันมาทบทวนการแก้ไขกฎหมายเช่าที่ดินเพิ่มเป็น 60 ปีขึ้นไป พร้อมเสนอว่าการแก้ไขกฎหมายนี้ จะช่วยให้รัฐมีรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังจะช่วยรัฐในการป้องกันปัญหาการหลบเลี่ยงกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันยังมีลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก ต้องการซื้ออสังหาฯในไทย เพื่ออยู่อาศัยระยะยาว หรืออย่างน้อยก็ต้องการสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีขึ้นไปเพื่อความมั่นใจ ซึ่งหากรัฐแก้ไขกฎหมายเช่าอสังหาฯระยะยาวดังกล่าว ปัญหาการหลบเลี่ยงกฎหมาย ด้วยการตั้งบริษัทดำเนินการแบบนอมินีก็จะลดน้อยลง เพราะสามารถดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้

 

""ไม่มีอะไรต้องเสียในเมื่อทุกวันนี้ มีการเลี่ยงกฎหมายกันอยู่แล้ว จะดีกว่าถ้ารัฐทำให้กฎหมายเปิดช่องรองรับได้ ปัญหาการเลี่ยงกฎหมายก็จะลดลง และรัฐยังจะได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นด้วย"" นางสาวลินดา กล่าวและว่า ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ประเภทวิลล่า และคอนโดมิเนียมตากอากาศที่หัวหิน โดยใช้ชื่อโครงการ ""บ้านอิศรา รีสอร์ท คอนโดมิเนียม"" สร้างเป็นบ้านเดี่ยวสร้างเสร็จพร้อมขายและตกแต่งพร้อมสระว่ายน้ำ หรือ Pool Villa เนื้อที่ใช้สอยกว่า 200 ตารางเมตร จำนวน 6 หลัง ราคาเริ่มต้นที่หลังละ 6.1 ล้านบาท

 

ส่วนรีสอร์ทคอนโดมิเนียมมี 2 อาคาร ความสูง 6 ชั้น จำนวน 50 ยูนิต เป็นขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องรับแขก และห้องรับประทานอาหาร ยูนิตละ 90 ตารางเมตร และ 108 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.8 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง บนพื้นที่ 5 ไร่ ในซอยหมู่บ้านหัวนา หนองกี่ ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างวิวทะเลและภูเขา

 

ขณะนี้โครงการอยู่ในช่วงพรีเซลล์ ปัจจุบันมียอดขายบ้านแล้ว 2 ยูนิต โดยยังคงเป็นราคาขายพิเศษ ก่อนจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. 2551 พร้อมจะปรับราคาขายเพิ่มอีก 10% และคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหิน จะคึกคักมากขึ้นหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ