Loading

สภาพัฒน์ฯ ไฟเขียว-ปล่อยธนารักษ์ลุยพัฒนาหมอชิต 1.8 หมื่นล

วันที่ : 15 ตุลาคม 2550
สภาพัฒน์ฯ ไฟเขียว-ปล่อยธนารักษ์ลุยพัฒนาหมอชิต 1.8 หมื่นล.

          กรมธนารักษ์ลุยเมกกะโปรเจ็กต์แปลงหมอชิต 1.8 หมื่นล้านบาทกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสภาพัฒน์ฯ ไฟเขียวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรม พร้อมเดินหน้าพัฒนาที่ราชพัสดุทั่วประเทศที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวแปลงแรกเกาะสมุย 30 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท และศึกษาแนวทางพัฒนามาสเตอร์แพลนเกาะกูดทั้งระบบกว่า 6 หมื่นไร่ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ ระบุเนื้อที่พัฒนาประมาณ 70 ไร่บนจุดสำคัญ 3 จุดหลัก

         

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์กำลังเดินหน้าเสนอโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมอชิตเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังอีกครั้งเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบในการดำเนินโครงการ ซึ่งจากเดิมที่ครม.ได้ให้กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)หรือสภาพัฒน์ฯ ว่าจะต้องศึกษาเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง

         

ซึ่งสศช.ได้มีหนังสือตอบกลับมามาว่าให้กรมธนารักษ์ไปศึกษาเพิ่มเติมตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติร่วมทุนการงานภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 หรือพ.ร.บ.ร่วมทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรมธนารักษ์ว่าจะดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตในรูปแบบใด โดยกรมธนารักษ์เห็นว่าในประเด็นการศึกษาเพิ่มเติมตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนนั้นกรมธนารักษ์ได้ศึกษามาก่อนหน้านี้โดยละเอียดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมและเสนอให้กระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอเข้าสู่ครม.ต่อไป

         

"เราพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการนี้อยู่แล้วเพราะตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนกรมธนารักษ์ได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งหากคณะรัฐมนตรีเห็นชองโครงการนี้และเปิดประมูลก่อสร้างได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มาก และกรมธนารักษ์ได้เสนอให้กระทรวงการคลังรับทราบการดำเนินโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายอำนวยกล่าว

         

สำหรับโครงการนี้ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 18,000 ล้านบาทซึ่งมีมูลค่าโครงการใกล้เคียงกับเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่มีการริเริ่มโครงการนั้น แม้ว่าค่าก่อสร้างและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่กรมธนารักษ์พิจารณาแล้วเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ปัจจุบันอยู่ในอัตราที่ต่ำมูลค่าโครงการที่ 18,000 ล้านบาทจึงเป็นมูลค่าที่เหมาะสม

         

ทั้งนี้โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ ขนส่งหมอชิต เขตจตุจักร มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท โดยประกอบด้วย อาคารศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษาศูนย์บันเทิง ศูนย์อาหารและภัตตาคาร อาคารสำนักงาน อาคารโรงแรม 450 ห้องพัก และอาคารที่พักอาศัย และค่าชดเชยที่ดินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย มูลค่าก่อสร้าง 1.45 หมื่นล้านบาท และพื้นที่สถานีขนส่ง ประมาณ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 770 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยทางราชการ 1 แสนตารางเมตร มูลค่า 202.5 ล้านบาท พื้นที่อาคารเชิงพาณิชย์ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง และที่จอดรถ 7.88 แสนตารางเมตร สำหรับโครงการใหม่มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 900,000 ตารางเมตร มูลค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท

         

- ดันโปรเจ็กต์เกาะสมุยฟื้นท่องเที่ยว

นายอำนวยกล่าวว่า นอกจากการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตแล้วกรมธนารักษ์ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่อยู่บนพื้นที่ของกรมธนารักษ์ในเบื้องต้น 2 โครงการคือ การพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์พื้นที่เกาะกูดตามแผนแม่บท(MASTER PLAN) พัฒนาพื้นที่เกาะกูด กิ่งอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

         

โดยการพัฒนาพื้นที่เกาะสมุยนั้นจะเป็นการพัฒนาบนที่ดินของกรมธนารักษ์จำนวน 30 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการพัฒนาพื้นที่แต่ละแปลงของกรมธนารักษ์นั้นหากโครงการใดสามารถศึกษาและพัฒนาได้ทันทีกรมธนารักษ์ก็จะเริ่มดำเนินการได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามา เพราะทุกโครงการที่กรมธนารักษ์พัฒนาขึ้นมาล้วนแต่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ทั้งสิ้น

         

ในขณะที่โครงการมาสเตอร์แพลนเกาะกูดซึ่งมีพื้นที่มากถึง 60,000 ไร่นั้น กรมธนารักษ์ได้ทำการศึกษาเพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชีวิตของชุมชนเป็นหลักไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่ทั้ง 60,000 ไร่แต่อย่างใด แต่จะเป็นการพัฒนาพื้นที่หลักๆ จำนวน 3 จุด บนพื้นที่ประมาณ 60-70 ไร่ เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือและจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ

         

"มาสเตอร์แพลนบนพื้นที่เกาะกูดนั้นส่วนใหญ่จะเน้นการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน เตากำจัดขยะและท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและไม่ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งหากศึกษาโครงการเกาะสมุยและเกาะกูดแล้วเสร็จเมื่อใดก็จะมีการเปิดประมูลโดยเป็นการยื่นข้อเสนอในด้านต่างๆ ให้กับกรมธนารักษ์ก่อนที่จะศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการต่อไป นายอำนวยกล่าว

 

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ