Loading

อสังหาฯยื่นแก้เกณฑ์บ้าน BOI หนีกับดักบ้านแพง-ตลาดแข่งเดือด

วันที่ : 27 กันยายน 2550
อสังหาฯยื่นแก้เกณฑ์บ้าน BOI หนีกับดักบ้านแพง-ตลาดแข่งเดือด

อสังหาฯดิ้นสุดฤทธิ์ฝ่ากับดักตลาดแข่งหนัก-กำลังซื้อซบ ยื่นรัฐรื้อเกณฑ์บ้าน BOI กำหนดเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนใหม่ แยกประเภทชัด คอนโดฯไม่เกิน 600,000 บาท ทาวน์เฮาส์ไม่เกิน 800,000 บาท บ้านเดี่ยวไม่เกินล้านบาทเข้าข่าย เผยต้นทุนวัสดุ-ราคาน้ำมันพุ่งเกินเพดาน อั้นไม่ไหวตั้งแต่ปีมะโว้ ชี้เจ้าตลาดบ้านราคาถูกส้มหล่น ส่วนดีเวลอปเปอร์รายกลางรายเล็กลุ้นรอดตาย ขณะที่ BOI ยังย้ำเกณฑ์บ้านเพื่อคนจนอยู่ แต่พร้อมรับพิจารณาหากยื่นเรื่องมาอีกครั้ง

 

ผลพวงจากราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น สวนทางกับภาวะตลาดบ้านที่ชะลอตัวลงทั้งระบบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้บริษัทพัฒนาที่ดินตกที่นั่งลำบาก เพราะไม่สามารถปรับราคาบ้านให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องหาทางออกด้วยการพยายามทุกวิถีทางที่จะปรับลดต้นทุนลงมา

 

ทั้งนี้ นอกเหนือจากเคลื่อนไหวผลักดันให้ภาครัฐแก้ไขกฎหมาย ด้วยการ ""ยกเลิก"" เงื่อนไขที่ให้โครงการคอนโดฯ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าต้องก่อสร้างที่จอดรถ เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และช่วยให้ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลรถไฟฟ้าได้ โดยผ่านทาง ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานกรรมาธิการการเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ล่าสุดยังมีข่าวเข้ามาว่า บริษัทพัฒนาที่ดินกลุ่มนี้ยังขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปรับแก้เงื่อนไขการให้การส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กันไปด้วย โดยหวังผลการได้รับการ ""ยกเว้น"" ภาษีเงินได้ 30% ของกำไร

 

แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดิน เปิดเผยกับ ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ 3 สมาคม ประกอบด้วยสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย,  สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุด ได้เข้าหารือกับประธานกรรมาธิการการเงินและการคลัง สนช. โดยยื่นข้อเสนอให้กรรมาธิการเสนอแนะรัฐบาลให้เร่งแก้ไขเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาฯ ทั้งแนวสูงและแนวราบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

เนื่องจากเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่ให้โครงการที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮาส์, บ้านแฝด, คอนโด มิเนียม ที่มีระดับราคาขายไม่เกิน 600,000 บาทเท่านั้น จึงจะสามารถยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ได้ ซึ่งเวลานี้ในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้

 

เนื่องจากหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ""ต้นทุน"" การพัฒนาโครงการสูงขึ้นจากเดิมมาก ขณะที่ราคาน้ำมันได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า ส่วนราคาวัสดุก่อสร้างปรับสูงขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2543 ที่ผ่านมา ไม่รวมค่าจ้างแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน

 

- รื้อเกณฑ์ แยกบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์-คอนโดฯ

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า 3 สมาคมอสังหาฯได้ยื่นข้อเรียกร้องผ่าน ดร.สังสิต พิริยะรังสรรค์ ขอให้ BOI ปรับแก้ไขเงื่อนไขหลักเกณฑ์ในการให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาฯใหม่ โดยให้มีการแยกประเภทโครงการในการ พิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเป็น 3 ประเภท และกำหนดวงเงินให้สูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ใกล้เคียงกับต้นทุนที่แท้จริงในการพัฒนาโครงการมากขึ้นดังนี้1)ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม โครงการ ที่จะมีสิทธิยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนจะต้องเป็นโครงการที่มีระดับราคาขายห้องชุดยูนิตละไม่เกิน 600,000 บาท 2)ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านแถว ต้องมีระดับราคาขายยูนิตละไม่เกิน 800,000 บาท และ 3)บ้านเดี่ยว โครงการที่จะมีสิทธิยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนจะต้องเป็นโครงการที่มีระดับราคาขายไม่เกิน 1,000,000 บาท จากเดิมโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถยื่นขอส่งเสริมการลงทุน จะต้องเป็นโครงการที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 31 ตร.ม.ขึ้นไป และมีระดับราคาขายไม่เกิน 600,000 บาท แต่ไม่มีการแยกประเภทเป็น คอนโดฯ-ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว ทั้งที่ต้นทุนในการพัฒนาโครงการแต่ละประเภทไม่เท่ากัน นอกจากนี้เงื่อนไขดังกล่าวประกาศใช้มาตั้งแต่ ปี 2536 หรือกว่า 15 ปีมาแล้ว โดยไม่เคยมีการปรับเปลี่ยน สวนทางกับต้นทุนในการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

 

ทำให้บ้าน BOI ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง ตามวัตถุประสงค์และนโยบายของภาครัฐได้เหมือนเดิมอีก เนื่อง จากส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลนอกเมือง หรือต่างจังหวัด ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ต้องการซื้อบ้านราคาถูกกลับสามารถหาซื้อบ้านได้

 

นายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ความเห็นกับ ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า 3 สมาคมอสังหาฯต้องการผลักดันให้ BOI แก้เงื่อนไขหลักเกณฑ์ในการส่งเสริมการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัย เนื่องจากเงื่อนไขเดิมใช้มาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งยังครอบคลุมถึงโครงการทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ คอนโดฯ เพียงแต่กำหนดกรอบราคาไม่เกิน 600,000 บาท และเนื้อที่ใช้สอย 31 ตร.ม.ขึ้นไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ ไม่สามารถทำได้ภายใต้ต้นทุนที่เป็นอยู่ขณะนี้ ทำให้ไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอบีโอไอมากนัก จึงอยากให้บีโอไอปรับแก้เกณฑ์ในการส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพราะหากทำได้จะส่งผลดีทำให้ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางซื้อบ้านในราคาที่ถูกลงได้ ซึ่งเรื่องนี้ขอสนับสนุนเต็มที่ แม้บริษัทจะไม่มีส่วนได้เสียเพราะเน้นพัฒนาโครงการเจาะตลาดระดับกลางจนถึงระดับกลางบนเป็นหลัก

 

ขณะที่นายธำรงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ ประธานกลุ่มบริษัท นิรันดร์ เรสซิเดนซ์ กล่าวว่า หากมีการปลดล็อกด้วยการยกเลิกเงื่อนไขให้สร้างที่จอดรถในโครงการคอนโดฯ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และแก้ไขเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางได้สำเร็จ จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางมีทางเลือกในการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

 

โดยเฉพาะในทำเลในเมืองหรือใกล้เมืองใกล้แนวเส้นทางรถไฟฟ้า จากเดิมบ้านราคาถูกจะอยู่นอกเมือง อย่างโครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเดินทางลำบากแล้ว ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูง ในที่สุดก็ต้องย้ายมาเช่าบ้านอยู่ในเมือง ทำให้มีภาระเพิ่ม เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพราะต้องการลดภาระค่าผ่อนบ้าน

 

แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดินให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หาก BOI รับข้อเสนอดังกล่าวและมีการปรับแก้เงื่อนไข จะทำให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กหันมาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง มากขึ้น ขณะที่บริษัทอสังหาฯที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่าง ""พฤกษา เรียลเอสเตท"" ที่เป็นเจ้าตลาดนี้อยู่แล้ว และปีนี้วางแผนพัฒนาโครงการบ้านบีโอไอถึง 8 โครงการ และกลุ่มนิรันดร์ เรสซิเดนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯราคาถูก ก็น่าจะหันมาลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

 

- BOI ยึดเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก

ด้านนางหิรัญญา สุจินัย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวถึงการแก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขสิทธิ ประโยชน์การก่อสร้างที่พักอาศัยสำหรับคนมีรายได้น้อยนั้น ทางผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์ได้เคย ทำเรื่องเสนอมายัง BOI แล้วเมื่อ 3 ปีก่อน แต่เนื่องจากวัตถุประสงค์ของ BOI ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสซื้อที่พักอาศัยอยู่ได้ ถ้าหากมีการขอปรับเงื่อนไข และทำให้ที่พักอาศัยมีราคาแพงขึ้น ก็เท่ากับไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ทำให้ BOI ไม่เห็นชอบด้วยการเสนอมาครั้งนั้น

 

แต่สำหรับกรณีที่จะนำมาเสนออีกครั้งโดยผ่านช่องทางคณะกรรมาธิการที่ทำงานด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์นั้น ทาง BOI ก็พร้อมจะรับพิจารณา โดยยังยืดวัตถุประสงค์หลัก ควบคู่ไปกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ได้มีการเสนอมา โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนที่ผู้ประกอบการอ้างว่าในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่พักอาศัยสำหรับคนมีรายได้น้อย ได้ประกาศไว้ในช่วง ปี 2536 โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นพักอาศัยประเภทใด อาจจะเป็นบ้าน, คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ตเมนต์ก็ได้ ซึ่งเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์คือ ผู้ประกอบการจะต้องสร้างที่พักอาศัยในราคาจำหน่ายไม่สูงกว่า 600,000 บาท หากโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เขต 1 และเขต 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร, วัตถุดิบและภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา 5 ปี หากโครงการตั้งอยู่ในเขต 3 จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด คือ ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร, วัตถุดิบ และภาษีนิติบุคคลธรรมดา 8 ปี

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ