Loading

สังศิต ชงสนช.แก้กม.อาคาร อุ้มคอนโดฯไม่ต้องมีที่จอดร

วันที่ : 24 กันยายน 2550
สังศิต ชงสนช.แก้กม.อาคาร อุ้มคอนโดฯไม่ต้องมีที่จอดรถ

ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง (กมธ.คลัง) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) \เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เสนอให้ สนช.แก้ไขกฎหมายที่เดิมกำหนดให้ผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม ต้องสร้างที่จอดรถ โดยขอให้แก้ไขใหม่ให้คอนโดมิ เนียมที่สร้างใหม่ ไม่ต้องมีที่จอดรถ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อคอนโดฯได้ในราคาที่ถูกกว่าในปัจจุบันประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจะสามารถลดต้นทุนในการก่อสร้างได้อีกมาก

 

คณะกรรมาธิการที่ทำงานด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์พิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายเดิมที่กำหนดให้การสร้างคอนโดฯต้องสร้างที่จอดรถ เป็นกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมในปัจจุบัน จึงมีแนวคิดจะเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวตามข้อเสนอของผู้ประกอบการ

 

ดร.สังศิตกล่าวว่า หลังจากที่ได้หารือกับ ผู้ประกอบการแล้ว ผู้ประกอบการให้ความเห็นว่าหากไม่ต้องสร้างที่จอดรถ จะทำให้ราคาคอนโดฯลดลงไปมาก

 

""เดิมคอนโดฯราคาไม่เกิน 6 แสนบาท ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) จะได้รับการยกเว้นภาษี หรือได้รับการช่วยเหลือภาษี แต่ปัจจุบันนี้ไม่สามารถก่อสร้างคอนโดฯราคา 6 แสนบาทได้แล้ว ราคาคอนโดฯในเมืองตอนนี้ส่วนใหญ่ขายกันเป็นล้านบาท ดังนั้นถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้ และทำให้ราคาห้องชุดในคอนโดฯตกอยู่ที่ประมาณ 8 แสนบาท จะทำให้ผู้ที่มีรายได้ไม่มากนักสามารถซื้อคอนโดฯในเมืองอยู่อาศัยได้"" ประธาน กมธ.คลัง กล่าว

 

หากแก้กฎหมายฉบับนี้ได้ จะทำให้คนมีความเครียดน้อยลง ในขณะที่ผู้ประกอบการเองก็จะสร้างคอนโดฯให้เป็นทางเลือกให้แก่คนที่ต้องการเข้ามาอยู่ในเมืองเพิ่มมากขึ้น

 

""ผมคิดว่าผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่เขาแข่งขันกันตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายเขียนอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น ในฐานะที่ผมเป็นคนกลาง และมีหน้าที่ดูว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจมหภาคเดินไปได้ ก็ต้องดูว่ามีเบี้ย มีโคน มีเม็ดตัวไหน ที่ขยับแล้วจะทำให้เศรษฐกิจขยับไปได้ ถ้าแก้กฎหมายตรงนี้แล้ว ก็อาจทำให้เกิดที่อยู่อาศัยตามมา พอตรงนี้ขยับก็จะทำให้ธุรกิจอีกหลายอย่างขยับตาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมพยายามจะทำให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้"" ดร.สังศิตกล่าว

 

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ อุปนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ก่อนหน้านี้ ดร.สังศิตได้หารือเรื่องนี้กับตัวแทนผู้ประกอบการ และเห็นว่าสาเหตุที่คอนโดฯในเมืองมีราคาแพงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขระเบียบข้อกฎหมาย อย่างการกำหนดให้คอนโดฯต้องมีที่จอดรถ ทำให้ผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง ไม่มีกำลังซื้อเพียงพอ ต้องไปซื้อที่อยู่อาศัยแถบชานเมืองแทน แต่ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงมากจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองเวลาในการเดินทางแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง

 

จึงเห็นว่าน่าจะสนับสนุนและผลักดันให้มีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ไม่แพงนักตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า แนวทางหนึ่งคือการลดเงื่อนไขข้อกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้คอนโดฯตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าไม่ต้องสร้าง ที่จอดรถ เพราะจะทำให้ต้นทุนในการพัฒนา คอนโดฯต่ำลง ทำให้ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ ปานกลางสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดี และหากผลักดันไปสู่การปฏิบัติได้ก็จะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดการนำเข้าน้ำมัน ช่วยแก้ปัญหาการจราจรไปในตัว

 

นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว แต่ในความเห็นส่วนตัวมองว่ายังอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนโดยเฉพาะรถไฟฟ้าในเมืองไทยไม่ได้มีโครงข่ายเต็มระบบสมบูรณ์เหมือนหลายๆ ประเทศ ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง

 

คิดว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ แต่หากจะแก้ไขโดยลดระดับความเข้มข้นลงก็เห็นด้วย แต่ถ้าจะปรับแก้โดยยกเลิกไม่ต้องสร้างที่จอดรถไปเลย อาจเป็นไปได้ยาก เพราะถ้าหากคอนโดฯไม่มีที่จอดรถ ผู้อยู่อาศัยอาจต้องจอดรถตามถนน หรือในตรอกในซอย ซึ่งนอกจากส่งผลกระทบทำให้ผู้ที่อยู่ในซอยเดือดร้อนแล้ว ยังอาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมา

 

นอกจากนี้หากจะมีการเสนอขอแก้ไขกฎหมายก็น่าจะพิจารณาในภาพรวม คืออาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อพาร์ตเมนต์ ฯลฯ ว่าควรจะยกเลิกไม่ต้องสร้างที่จอดรถในอาคารด้วยหรือไม่

 

นายประทีปกล่าวว่า ในส่วนของศุภาลัย ในการพัฒนาโครงการคอนโดฯทุกโครงการ จะจัดสร้างที่จอดรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้นไม่ว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่ ก็คงดำเนินการตามนโยบายเดิม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย อย่างกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้คอนโดฯต้องจัดให้มีที่จอดรถ 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตร.ม. เช่น พื้นที่คอนโดฯ 1,200 ตร.ม. ก็ต้องจัดให้มีที่จอดรถ 10 คัน ที่ผ่านมาบริษัทก็จะจัดสร้างมากกว่า อาจจะ 12-13 คัน เป็นต้น

 

นายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า แนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคาร ให้ผู้ประกอบการไม่ จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถในคอนโดฯ เพื่อให้ต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาขายห้องชุดถูกลง น่าจะเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีระบบขนส่งมวลชน (mass transit) ครอบคลุมทุกพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเหมือนในต่างประเทศ

 

ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ทำให้ผู้บริโภคที่แม้ว่าจะอยู่คอนโดฯในเมือง และสามารถเดินทางด้วย รถไฟฟ้า ก็ต้องมีรถยนต์อย่างน้อย 1 คัน เพื่อใช้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีรถไฟฟ้า หรือพักผ่อน ต่างจังหวัด ถ้าหากคอนโดฯที่อยู่อาศัยไม่มีที่ จอดรถก็คงจะมีปัญหา

 

ด้านแหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า คงเป็นไปได้ยากที่จะแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคาร โดยกำหนดให้อาคารก่อสร้างใหม่ เช่น คอนโดฯ เป็นต้น ต่อไปไม่ต้องสร้างที่จอดรถ เพื่อลดต้นทุนก่อสร้าง เพราะต้องดูความต้องการของผู้ใช้อาคารด้วย จะคิดถึงในแง่ของผู้ประกอบการอย่างเดียวไม่ได้ นอกจากนี้จะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้รอบด้าน

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางกรมมีแนวคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2517) ว่าด้วยการกำหนดลักษณะและขนาดของที่จอดรถและประเภทของอาคารที่ต้องมีที่จอดรถ ซึ่งออกตามอำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้สอดรับกับสภาพในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และบางพื้นที่มีโครงการรถไฟฟ้า ทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น แต่ยังอยู่ในขั้นพิจารณา และต้องดูว่ามีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใดด้วย

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดของกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2517) อาคารที่จะต้องทำที่จอดรถ ประกอบด้วย 1.โรงมหรสพ ที่นั่ง 500 ที่ขึ้นไป 2.โรงแรมห้องพัก 30 ห้องขึ้นไป

 

3.อาคารชุดที่มีพื้นที่ 60 ตร.ม.ขึ้นไป 4.ภัตตาคาร มีพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะอาหารตั้งแต่ 150 ตร.ม.ขึ้นไป 5.ห้างสรรพสินค้าพื้นที่ 300 ตร.ม.ขึ้นไป

 

6.สำนักงานพื้นที่ 300 ตร.ม.ขึ้นไป 7.อาคารขนาดใหญ่ที่ประกอบกิจการหลายประเภทหรือประเภทเดียวก็ได้ มีความสูงตั้งแต่ 15 ชั้นขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกัน 1,000 ตร.ม.ขึ้นไป และ 8.อาคารขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นขนาดพื้นที่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ