Loading

กรมโยธาฯออกกฎคุมอาคารใช้พลังงาน เล็งมีผลบังคับใช้ปีนี้/เริ่มเอาจริงปีหน้

วันที่ : 19 กันยายน 2550
กรมโยธาฯออกกฎคุมอาคารใช้พลังงาน เล็งมีผลบังคับใช้ปีนี้/เริ่มเอาจริงปีหน้า

นายพานิช พงศ์พิโรดม อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯได้ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการจัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน เพื่อควบคุมให้การออกแบบก่อสร้างอาคารใหม่ 3 ประเภทหลัก รวม 12 ชนิด ขนาดตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป จะต้องควบคุมการใช้พลังงานตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดการใช้พลังงานภายในอาคาร โดยกฎหมายดังกล่าวทางกรมโยธาฯจะเป็นผู้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกเป็นกฎกระทรวง ทั้งนี้ การที่กฎหมายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับกรมโยธาฯนั้น เนื่องจากการขออนุญาตก่อสร้างอาคารอยู่ในความดูแลของกรมโยธาฯ

 

นายพานิชกล่าวว่า เบื้องต้นทางกรมจะนำเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนกันยายนนี้ก่อน หลังจากนั้นจะนำเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อจากนั้นนำเสนอไปยัง ครม.พิจารณาอนุมัติ และเสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตีความและส่งเรื่องกลับมายัง ครม.เพื่อให้อนุมัติ และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จึงจะดำเนินการแล้วเสร็จ และจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปีหน้า 'หลังกฎกระทรวงออกมาแล้ว  อาคารใหม่ทุกอาคารที่มีพื้นที่เกินกว่า 2,000 ตร.ม. ที่ขออนุญาตก่อสร้างจะต้องแสดงแบบการก่อสร้างอาคารที่ใช้วัสดุพื้นผิวและระบบประหยัดพลังงานด้วย'

 

นายพานิชกล่าวว่า สำหรับอาคารที่อยู่ในข่ายที่ต้องควบคุม ได้แก่ ประเภทที่ 1 อาคารสำนักงาน, สถานศึกษา, ที่พักอาศัย ประเภทที่ 2 ห้างสรรพสินค้า, ร้านค้าย่อย, ศูนย์การค้าหรือซุปเปอร์สโตร์ และประเภทที่ 3 โรงแรม, โรงพยาบาล, สถานพักฟื้น  ส่วนอาคารที่มีพื้นที่ต่ำกว่า 2,000 ตร.ม.นั้นสามารถเข้าโครงการประหยัดพลังงานโดยติดฉลากประหยัดพลังงาน ซึ่งจะต้องประหยัดพลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 10% ของการใช้พลังงานทั้งหมด ซึ่งข้อกำหนดการใช้พลังงานในอาคารที่จะขออนุญาตก่อสร้างใหม่ ได้แก่ 1.ค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านกรอบอาคาร (OTTV, RTTV) ประเภท 1 ค่า OTTV ของผนังด้านนอกอาคารไม่น้อยกว่า 50 วัตต์/ตร.ม. ประเภทที่ 2 ไม่น้อยว่า 40 วัตต์/ตร.ม. และประเภทที่ 3 ไม่น้อยกว่า 30 วัตต์/ตร.ม. 2.ค่ามาตรฐานกำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุดสำหรับอาคารประเภทที่ 1 สูงสุด 14 วัตต์/ตร.ม. ประเภทที่ 2 สูงสุด 12 วัตต์/ตร.ม. ประเภทที่ 3 สูงสุด 18 วัตต์/ตร.ม. 3.ค่ามาตรฐานสำหรับระบบปรับอากาศ แบ่งตามขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก, ขนาดใหญ่ และเครื่องทำความเย็นแบบดูดกลืน, 4.ค่ามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ผลิตความร้อน และ 5.ค่ามาตรฐานการใช้พลังงานโดยรวม

 

นายธนิต จินดาวณิค หัวหน้าโครงการดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับประเด็นการออกแบบก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงานจะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นนั้น ไม่น่าห่วงเพราะหากเป็นการออกแบบก่อสร้างใหม่จะไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมากนัก หรือไม่เกิน 1% เมื่อเทียบกับการประหยัดพลังงานในระยะยาว อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่เสนอขายในตลาดปัจจุบัน ผลิตขึ้นมาเพื่อลดการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดอยู่แล้ว

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ