Loading

ธอส.ไม่ระคายพิษซับไพร์ม เดินหน้ามหกรรมบ้านมือสอง ก.ย.- คาดอสังหาฯ ดีขึ้นในไตรมาส

วันที่ : 30 สิงหาคม 2550
ธอส.ไม่ระคายพิษซับไพร์ม เดินหน้ามหกรรมบ้านมือสอง ก.ย.- คาดอสังหาฯ ดีขึ้นในไตรมาส 3

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  กล่าวว่า ขณะนี้ ธนาคาร

กำลังช่วยลูกค้า ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และฝั่งตะวันออก (อีสเทิร์นบอร์ด) โดยเฉพาะพนักงานโรงงานที่ศรีราชาที่ได้รับผลกระทบ ตกงานจากการที่มีการปิดโรงานย่านนั้นจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว

 

ขณะที่ ธอส. พยายามที่จะช่วยลูกค้าเหล่านี้ โดยยังคงให้ลูกค้าชำระดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราตลาด หรือยืดระยะเวลาผ่อนให้นานขึ้น ให้จำนวนเงินต่องวดที่ลดลง

 

- ช่วยสร้างตลาดบ้านมือสอง

นอกจากนี้ ธอส. ยังพยายามสร้างตลาดบ้านมือสอง ให้เหมือนตลาดรถยนต์มือสอง คือ ให้ซื้อง่าย ขายคล่อง โดยการจัดงานตลาดนัดบ้านมือสองเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จะจัดระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย. ที่ศูนย์ประชมแห่งชาติสิริกิติ์ ขณะที่เขาแนะว่า คนไทยไม่ควรถือว่า การซื้อบ้านมือสองเป็นสิ่งที่ไม่ดี ตามความเชื่อเดิมๆ

 

กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยกตัวอย่างสถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา ที่แต่ละปีจะมีการซื้อขายบ้านประมาณ 7 ล้านหน่วย จำนวนนี้ 6 ล้านหน่วย เป็นบ้านมือสองที่เหลือเป็นบ้านใหม่

 

ปัญหาซับไพร์มหรือการที่สถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ให้ผู้ที่มีประวัติไม่ดี ที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ขณะนี้ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกาเริ่มมีปัญหาราคาบ้านที่ซื้อขายเปลี่ยนมือกัน เริ่มตกต่ำ เขายังกล่าวอีกว่า การซื้อขายบ้านมือสองต้องพึ่งโบรกเกอร์ซึ่งจะคล้ายกับในสหรัฐอเมริกาที่มีการประกาศขายบ้านผ่านนายหน้าทั่วทุกมุมเมืองขณะที่ปัจจุบัน คนไทยยังไม่ชินกับการซื้อบ้านผ่านนายหน้า แต่ในอนาคตจะเริ่มชินกับระบบนี้มากขึ้น

 

นายขรรค์ กล่าวอีกว่า ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 761 ล้านบาท ลดลง 53.37% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,632 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1 มีกำไร 349 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรก 45,309 ล้านบาท จากเป้าสินเชื่อ 95,550 ล้านบาท

 

เป็นผลมาจากการชะลอตัวเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  และความไม่ชัดเจนทางการเมือง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง นอกจากนี้การใช้เกณฑ์จัดมาตรฐานทางบัญชี IAS 39 เป็นอีกปัจจัยส่งผลให้สถาบันการเงินส่วนใหญ่ กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง 556,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.08% โดยครึ่งปีแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อ 45,309 ล้านบาท จำนวนทั้งสิ้น 78,223 ราย ด้านเงินฝากธนาคารมียอดเงินฝากรวม 476,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.53% สินทรัพย์รวม 620,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.49% โดยมีหนี้สงสัยจะสูญ (NPL) 32,081 ล้านบาท คิดเป็น 5.78% ของยอดสินเชื่อรวม ซึ่งลดลง 0.11% และทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) คงเหลือ 10,777 ล้านบาท ลดลง 8.53% นับเป็นความสำเร็จจากการบริหารหนี้เสียของธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ