Loading

โยธาฯลุยก.ม.ตรวจสอบอาคารสิ้นปี ตรวจเข้ม 3 หมื่นอาคารเน้น การใช

วันที่ : 15 สิงหาคม 2550
โยธาฯลุยก.ม.ตรวจสอบอาคารสิ้นปี ตรวจเข้ม 3 หมื่นอาคารเน้น การใช้

โยธาฯพร้อมลุยกฎหมายตรวจสอบอาคาร นับถอยหลัง 4 เดือนตรวจเข้ม 3 หมื่นอาคารจาก 9 ประเภท ย้ำตรวจแค่สภาพการใช้ไม่รวมดัดแปลง-ต่อเติม แต่ผู้ตรวจขึ้นหมายเหตุได้หากเห็นว่าอาคารเสี่ยง ล่าสุดมีวิศวกรตรวจสอบพร้อมขึ้นบัญชีแล้ว 508 ราย ด้านเอกชนเห็นพ้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นคุ้มภาพความปลอดภัย แต่ยังหวั่นปัญหากฎหมายที่พิจารณาด้วยดุลพินิจ

 

เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือน กว่า 3 หมื่นอาคารทั่วประเทศ ต้องเข้ากฎเกณฑ์กฎหมายใหม่ การตรวจสอบอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่กำหนดให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ต้องตรวจสอบอาคารทุกๆ ปี เพื่อตรวจสภาพการใช้งาน ซึ่งการเริ่มตรวจสอบครั้งแรกตามกฎหมายกำหนดให้อาคารต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 29 ธ.ค. 2550 ทำให้ปัจจุบันหลายอาคารตื่นตัวรับมือกฎหมายใหม่ดังกล่าว

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันมีผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการฯ แบ่งเป็นนิติบุคคลกว่า 30 ราย และบุคคลทั่วไป 508 ราย และยังมีการเปิดสอบผู้ตรวจอาคารเพิ่มเติม ส่วนอาคารที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบประกอบด้วย 6 ประเภท ได้แก่ 1.อาคารสูงที่สูงเกิน 23 เมตร 2.อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่เกิน 10,000 ตารางเมตร 3.อาคารชุมนุมคน ซึ่งหมายถึงอาคารที่มีคนประกอบกิจกรรมร่วมกันเกิน 500 คน หรือมีพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป 4.โรงมหรสพ 5.โรงแรมที่มีจำนวนห้องเกิน 80 ห้อง

 

6.สถานบริการ ที่มีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร 7.อาคารชุดที่มีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร ยังได้รับการยกเว้นเป็นเวลา 7 ปี ส่วนอาคารชุดที่มีพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 1 หมื่นตารางเมตรได้รับการยกเว้น 5 ปี 8.โรงงานที่มีพื้นที่เกิน 5,000 ตารางเมตร และสูงเกิน 1 ชั้น และ 9. ป้ายที่สูงเกิน 15 เมตร หรือมีพื้นที่เกิน 50 ตารางเมตร

 

- ตรวจสภาพการใช้ไม่ดูดัดแปลง

นายประสงค์ ธาราไชย ประธานกรรมการ บริษัท โปรเจ็กต์ แพลนนิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า จากจำนวนผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการฯ ทั้งในรูปแบบนิติบุคคล และ บุคคลทั่วไปเชื่อว่ามีเพียงพอ ในการเข้าไปตรวจสอบอาคาร ที่ต้องเข้าข่ายตรวจสอบตามกฎหมายกว่า 3 หมื่นอาคารทั่วประเทศ โดยเป็นอาคารที่อยู่ในกรุงเทพฯกว่า 1 หมื่นอาคาร เป็นการตรวจความพร้อมสภาพการใช้งาน ทั้งโครงสร้างอาคาร และงานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

 

""การเข้าไปตรวจสอบการตรวจสอบอาคารตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่จะให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภทต้องตรวจสอบอาคารทุกๆ ปี และมีการตรวจใหญ่ทุก 5 ปี ถือเป็นการตรวจสภาพการใช้งานของอาคาร ไม่ใช่เป็นการจับผิดว่าอาคารมีดัดแปลงต่อเติมที่ผิดกฎหมายหรือไม่"" นายประสงค์ กล่าว กฎหมายตรวจสอบอาคาร มีเจตนาให้มีการตรวจสอบสภาพการใช้งานของอาคาร ตรวจสภาพความเรียบร้อยของอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบพบว่าอาคารนั้นมีการใช้งานไม่ปกติ และอาจส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรง ผู้ตรวจสอบต้องแจ้งให้เจ้าของอาคารแก้ไขด้วย ขณะเดียวกัน ผู้ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบอาคาร สามารถระบุหมายเหตุกำกับไว้ได้ หากเห็นว่าอาคารนั้นมีจุดที่เสี่ยงด้านความปลอดภัย

 

- สับสน""ผู้ตรวจ-เจ้าของอาคาร""

นายประสงค์ กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่ได้ขณะนี้ พบว่ามีปัญหาในเรื่องของการเข้าใจผิด ทั้งผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร และผู้ที่ทำการตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ที่ทำการตรวจสอบอาคาร เข้าใจว่าจะต้องดำเนินการในการตรวจสอบเชิงปฏิบัติรายละเอียดทุกขั้นตอน แต่จริงๆ แล้ว ผู้ที่ทำการตรวจสอบนั้นเป็นเพียงเข้าไปสอบทานในรายละเอียดว่า ฝ่ายเทคนิคหรือเจ้าของอาคาร ที่ได้ทำการตรวจสอบสภาพของอาคารอยู่ในภาวะที่พร้อมใช้งานหรือไม่

 

""ผู้ตรวจสอบอาคารจะทำหน้าที่คล้ายๆ ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่รายละเอียดงบดุล กำไรขาดทุนนั้น ทางบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ผู้ตรวจสอบบัญชี เพียงแต่เข้าไปสอบทานว่า ทำถูกต้องตามหลักการมาตรฐานบัญชีหรือไม่"" นายประสงค์ ยกตัวอย่างรูปแบบการทำงาน พร้อมระบุว่า เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนที่ผู้ตรวจสอบอาคารจะลงชื่อรับรอง สามารถนำรายการใดรายการหนึ่ง เช่น ระบบลิฟต์ มาทำการทดสอบว่า ข้อมูลที่ทางเจ้าของอาคารได้แจกแจงให้ผู้ตรวจสอบอาคารทราบนั้น ถูกต้องเพียงใด

 

ประธานกรรมการบริษัทโปรเจ็กต์ฯ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการกำหนดรายละเอียดที่จะต้องตรวจสอบเอาไว้อย่างชัดเจน หากละเลยในการตรวจสอบ ย่อมมีความผิด ส่วนอัตราค่าบริการในการตรวจสอบอาคาร 3-10 บาท/ตารางเมตรนั้นถือว่าเหมาะสม

 

- เอกชนขานรับเชื่อส่งผลความเชื่อมั่น

นายจรัญ เกสร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ เมเนจเมนท์ จำกัด ส่วนตัวเห็นว่าการออกกฎหมายดังกล่าวมา ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่เอกชน หรือเจ้าของอาคารควรสนใจ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงในเรื่องของการใช้ดุลพินิจของผู้ตรวจสอบอาคารว่าอยู่จุดไหนจึงจะเหมาะสม โดยเฉพาะอาคารที่เข้าข่ายดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร ภาครัฐโดยกรมโยธาธิการฯ ควรตั้งศูนย์บริการให้ข้อมูล ลดข้อขัดแย้งของบุคคล 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าของอาคาร ผู้ตรวจสอบ และเจ้าพนักงานท้องถิ่น และต้องประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน

 

ปัจจุบันอาคารที่บริษัทรับบริหารอยู่มี 100 อาคาร มีเพียง 50 อาคารเท่านั้น ที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มไม่สูงมาก เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีฝ่ายเทคนิคเข้าไปตรวจสอบดูแลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ อยู่แล้ว

 

""ผมว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แลกกับความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมันคุ้ม"" นายจรัญ กล่าวและว่า ราคาค่าตรวจสอบอาคาร จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของอาคารและการตรวจสอบ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นภาระของเจ้าของอาคาร แต่สำหรับอาคารที่ต้องประกันภัย เมื่อมีการตรวจสอบอาคารแล้ว เชื่อว่าเบี้ยประกันจะน้อยลง เพราะความเสี่ยงลดลง ซึ่งจะนำมาชดเชยกับค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบได้

 

ด้านนายเมธา จันทร์แจ่มจรัส ประธานอำนวยการ บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด"" หรือ ""ทัชเผยว่าตั้งแต่เดือนมี.ค. 2550 ที่เปิดให้บริการด้านการตรวจสอบอาคาร มีอาคารที่บริษัทได้ลงนามเข้าไปตรวจสอบแล้ว 9 อาคาร อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอรายละเอียดอีก 90 อาคาร โดยอาคารที่บริษัทได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของอาคารนั้นได้เริ่มมีการตรวจสอบอาคารไปบ้างแล้ว และเชื่อว่าการตรวจสอบอาคารทั้งหมด จะดำเนินการได้ทันก่อนสิ้นปีนี้

 

สำหรับอาคารที่ยังมีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว หน่วยงานภาครัฐ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ร่วมกับเนชั่น กรุ๊ป และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมจัดสัมมนาเรื่อง ""การบริหารและการตรวจสอบอาคาร กฎหมายใหม่ล่าสุด... ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้"" ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค.นี้ ที่ห้องบอลรูมชั้น 3 โรงแรม เรดิสัน ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมฟังสัมมนา รับฟังรายละเอียดข้อกฎหมาย และสอบถามได้โดยตรงจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ