Loading

ที่ดิน แก้ปมนอมินีเข้าทาง จัดสรร อสังหาฯเฮไฟเขียวต่างชาติเช่า 30 ป

วันที่ : 12 กรกฎาคม 2550
ที่ดิน แก้ปมนอมินีเข้าทาง จัดสรร อสังหาฯเฮไฟเขียวต่างชาติเช่า 30 ปี

                กรมที่ดินแก้ล็อกต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดิน บอร์ดจัดสรรปิ๊งไอเดียเปิดเสรีให้ดีเวลอป เปอร์นำบ้านในโครงการจัดสรรไปปล่อยเช่าระยะยาว 30 ปี สั่งอนุกรรมการบอร์ดเร่งศึกษาก่อน วางกรอบกติกาชัดเจน การันตีไม่ให้กระทบสิทธิคนซื้อ ชี้ทางออกนี้ ""วิน-วิน"" ด้วยกันทุกฝ่าย รัฐแก้ปัญหาทุนนอกถือครองที่ดินผิดกฎหมาย ควบคุมดูแลได้ทั่วถึง ลูกค้าต่างชาติมีทางเลือกเพิ่ม บิ๊กจัดสรร กทม.-เมืองท่องเที่ยว ตีปีก สบช่องเจาะตลาดบ้านเช่าระดับหรู

 

ปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินโดยให้คนไทยเป็นผู้ถือครองแทน (นอมินี) รวมทั้งวิธีการที่ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลไทยแล้วขายหุ้นในบริษัทดังกล่าวให้กับชาวต่างชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการถือครองที่ดินที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เกาะสมุย ปราณบุรี หัวหิน ชะอำ พัทยา ชลบุรี เชียงใหม่ ฯลฯ

 

ทำให้กรมที่ดินสั่งการให้สำนักงาน ที่ดินสาขาทั่วประเทศเร่งตรวจสอบ พร้อมกับออกมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย พร้อมๆ กับหาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมานั้น

 

แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ล่าสุดคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง (บอร์ดจัดสรรที่ดิน) ได้หยิบยกปัญหากรณีชาวต่างชาติถือครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ด้วยการใช้นอมินีหรือตั้งบริษัทนิติบุคคลไทยถือครองที่ดินในโครงการจัดสรรที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทำหนังสือหารือเข้ามาขึ้นพิจารณา และเห็นว่าต้องเร่งแก้ไขด้วยการให้ต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายหรือเลี่ยงกฎหมายเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อให้ทางการเข้าไปควบคุมดูแลได้ และสามารถให้ความคุ้มครองผู้ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรซึ่งเป็นคนไทย ถือเป็นการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว

 

เบื้องต้นบอร์ดจัดสรรที่ดินเห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือ การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถทำสัญญาเช่าบ้านในโครงการจัดสรรที่ดินได้ในระยะยาว 30 ปี แทนการเข้ามาซื้อที่ดินโดยใช้นอมินีหรือเลี่ยงกฎหมายด้วยวิธีการอื่นๆ เนื่องจากการเปิดให้เช่าบ้านในโครงการจัดสรรไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 เพียงแต่บอร์ดจัดสรรที่ดินกลางจะต้องกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ในการให้เช่าให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องไม่กระทบสิทธิผู้ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านจัดสรรแต่ละโครงการที่เปิดให้มีการปล่อยเช่า

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการดำเนินการเรื่องนี้ บอร์ดจัดสรรที่ดินกลางได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการบอร์ดไปศึกษา พร้อมกับพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้เช่าบ้านในโครงการจัดสรรที่ดิน เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็ให้นำเสนอบอร์ดใหญ่พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หากเห็นชอบตามแนวทางที่คณะอนุกรรมการเสนอก็จะออกเป็นมติบอร์ดจัดสรรที่ดินประกาศบังคับใช้

 

ขณะนี้คณะอนุกรรมการบอร์ดจัดสรรอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ แนวทางคือ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจัดสรรที่ดินสามารถนำบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ในโครงการจัดสรรไปปล่อยเช่าได้ เพียงแต่การปล่อยเช่าต้องเป็นไปตามกรอบกติกาที่วางไว้ อาทิ อาจจะเปิดให้ปล่อยเช่าได้ 10% หรือ 20% ของจำนวนแปลงที่ดินจำหน่ายในโครงการ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน เนื่องจากหากมีการปล่อยเช่ามากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรภายหลังได้ เพราะชาวต่างชาติอาจใช้สิทธิ์ใช้เสียงกำหนดระเบียบข้อบังคับกระทบสิทธิผู้อยู่อาศัยที่เป็นคนไทยได้

 

การกำหนดเงื่อนไขรายละเอียดในการปล่อยเช่าว่าจะต้องไม่ทำให้ผู้ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร หรือผลกระทบ หรือได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ให้เช่าได้เฉพาะการอยู่อาศัย หรือประกอบกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ไม่สามารถประกอบธุรกิจการค้า หรือใช้ทำเป็นโรงงาน หรือประกอบการอุตสาหกรรมได้ เป็นต้น

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ในการปล่อยเช่าบ้านในโครงการจัดสรรนั้น ในหลักการจะเปิดให้เช่าทั่วไปโดยผู้เช่าและผู้ให้เช่าทำสัญญาระหว่างกันภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งผู้เช่าอาจเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดกว้างไม่จำกัดว่าเช่าได้เฉพาะชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ชาวต่างชาติที่ต้องการจะมีบ้านในประเทศไทยจะมีโอกาสเข้ามาอยู่อาศัยในโครงการจัดสรรโดยถูกต้องตามกฎหมายได้ ด้วยวิธีการเช่าบ้านระยะยาว 30 ปี จากเดิมที่ส่วนใหญ่ใช้วิธีซื้อโดยให้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทน

 

ในส่วนของผู้ประกอบการ จากที่ได้หารือในที่ประชุมบอร์ดจัดสรรและอนุบอร์ด ปรากฏว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดินในโครงการจัดสรรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมองว่าเป็นโอกาสทางการตลาด เพราะหากมาตรการนี้มีผลบังคับใช้โครงการบ้านจัดสรรโดยเฉพาะโครงการระดับหรูทั้งในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต สมุย พัทยา หัวหิน ชะอำ ปราณบุรี เชียงใหม่ ฯลฯ ที่ทำตลาดเจาะลูกค้าชาวต่างชาติจะได้รับประโยชน์มาก เพราะถือเป็นทางเลือกใหม่ของชาวต่างชาติ

 

แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ทราบเรื่องนี้จากตัวแทนภาคธุรกิจอสังหาฯที่เป็นกรรมการอยู่ในบอร์ดจัดสรรแล้ว และเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่กรมที่ดินมีแนวคิดจะให้ต่างชาติเช่าที่ดินในโครงการจัดสรร เนื่องจากปัจจุบันโครงการจัดสรรจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนำบ้านในโครงการบางส่วนไปปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติอยู่แล้ว ทั้งปล่อยเช่าเป็นรายยูนิต และการให้เช่าโดยมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เช่น โครงการบ้านเดี่ยวของกลุ่มแสนสิริ ย่านสุขุมวิท 67 แม้กระทั่งกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ก็กำลังจะเปิดตัวบ้านเช่าระดับหรูย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ อัตราค่าเช่าประมาณ 2.5 แสนบาท/หลัง/เดือน เจาะกลุ่มผู้บริหารบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะ ขณะที่บ้านจัดสรรในเมืองท่องเที่ยวเกือบทุกแห่งก็ปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติจำนวนมาก และคิดว่าแนวทางที่กรมที่ดินกำลังดำเนินการจะเป็นทางออกที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องต่างชาติถือครองที่ดินโดยใช้นอมินีได้ระดับหนึ่ง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ