Loading

โยธาฯดันกฎคุมแผ่นดินไหว เพิ่มพื้นที่เสี่ยงภัย12จังหวั

วันที่ : 24 พฤษภาคม 2550
โยธาฯดันกฎคุมแผ่นดินไหว เพิ่มพื้นที่เสี่ยงภัย12จังหวัด

แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดเผยว่าจากที่กรมโยธาธิการ ได้ยกร่างแก้ไขกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ.2540) เพื่อออกมาตรการควบคุมอาคารในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น พร้อมกับจัดแบ่งพื้นที่ควบคุมใหม่ นอกเหนือจาก 10 จังหวัดที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดิม ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายกระทรวงมหาดไทย และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นจะประกาศบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

 

ขณะเดียวกันกรมโยธาธิการ ได้จัดทำมาตรฐานประกอบการออกแบบอาคารเพื่อต้านทานแรงแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นรายละเอียดการคำนวณออกแบบเพิ่มเติมเพื่อให้กฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ.2540) มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และได้ประกาศมาตรฐานดังกล่าว เป็นมาตรฐานของกรมโยธาธิการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ปฏิบัติสำหรับการออกแบบโครงสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย

 

แหล่งข่าวกล่าวว่าสาระสำคัญในการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ.2540) ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นมีหลายประเด็นด้วยกัน อาทิ

 

1.การเพิ่มเติมพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ ให้ครอบคลุมกรุงเทพ มหานคร(กทม.) และเขตปริมณฑล ได้แก่ กทม. จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวม 5 จังหวัด และพื้นที่บางส่วนในภาคใต้ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวม 7 จังหวัด

 

2.การจัดกลุ่มประเภทอาคารควบคุมให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มเติมอาคารควบคุมประเภทสะพาน และเขื่อน โดยกำหนดให้สะพาน ทางยกระดับที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อยาว ตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนหรือฝายทดน้ำ ที่ตัวเขื่อนหรือตัวฝายมีความสูง ตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป เป็นอาคารควบคุมด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดประเภทอาคารควบคุมตามเขตพื้นที่ควบคุมต่างๆ เนื่องจากผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่มีต่ออาคารประเภทต่างๆ ในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกัน

 

สำหรับกฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ.2540) ซึ่งออกตามกความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2540 เป็นต้นมา เป็นกฎกระทรวงที่ควบคุมการก่อสร้างอาคารในเขตที่อาจได้รับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว โดยระบุให้การก่อสร้างอาคารบางประเภทที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมต้องได้รับการออกแบบ และก่อสร้างให้สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว มีพื้นที่ควบคุม 10 จังหวัด แยกเป็นพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

และพื้นที่ทางตะวันตกอีก 1 จังหวัด คือ จังหวัดกาญจนบุรี

 

ส่วนประเภทของอาคารที่ควบคุม จะเป็นอาคารในลักษณะที่หากเกิดความเสียหายจากการเกิดอุบัติภัยแผ่นดินไหวแล้ว จะมีผลกระทบกับสาธารณะหรือหมู่คนจำนวนมาก เช่น หอประชุม โรงมหรสพ สถานศึกษา โรงพยาบาล สนามกีฬา ท่าอากาศยาน และอาคารทุกประเภทที่สูงเกิน 15 เมตรแหล่งข่าวกล่าวต่อว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจาก มื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดกลาง 6.1 ริกเตอร์ ที่ความลึก 33 กิโลเมตรจากผิวดิน มีศูนย์กลางอยู่บริเวณพรหมแดนลาว-พม่า ห่างจากอำนาจเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และอาคารสูงหลายแห่งใน กทม. โดยมีรายงานความเสียหายของอาคารในจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่หลายหลัง

 

ทำให้หลายหน่วยงานแสดงความวิตกกังวล และมีเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการป้องกันแก้ไข ในส่วนของกรมโยธาธิการ ซึ่งรับผิดชอบดูแลกฎหมายควบคุมอาคารจึงมีนโยบายที่จะผลักดันประกาศบังคับใช้ระเบียบข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ภาคเอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการพัฒนา ที่ดินจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการเกิดแผ่นดินไหวในบางพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ต้นทุนในพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ